[Shin Koihime Musou] Shu Force : Story Part 5-3

posted on 11 Apr 2012 02:23 by por-mind in Visual-Novel

[ Shu Force : Story Part 5-3 ]

= - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - =
 
 
 
หลังจากพวก โทวกะ รับหน้าที่เป็นทัพหน้าในศึกแรก ของภาคีเฉพาะกิจเพื่อการโค่นล้ม โทวทาคุ
นั่นคือศึก ณ ป้อมชิซุยคัง อันเป็นด่านแรกของ ปราการสุดแกร่ง โคโรวคัง โดยสิ่งที่รอพวกเขาอยู่
ก็คือแม่ทัพ คายูว ผู้เลื่องชื่อในการทำศึกแบบกวาดล้าง โดยเมื่อไปถึงแล้ว พวก ไอฉะ และ เซย์ ก็
ต้องประหลาดใจ เพราะฝ่ายตรงข้ามไม่ใช้ประโยชน์จากแต้มต่อด้านจุดยุทธศาสตร์ คือการรบบนป้อม
แต่กลับเปิดประตูป้อม ออกมารบกับพวกเขาในทันที นั่นจึงทำให้ยุทธศาสตร์ต่าง ๆ เธอที่อุตส่าห์คิดขึ้น
เหมือนจะสูญเปล่า แต่อย่างไร ก็นับเป็นโอกาสทอง ในการทะลวงป้อมปราการข้าศึกของพวกเธอแล้ว...
 
= - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - =
 
... หลังจาก คายูว กรีฑาทัพออกมาที่ด้านหน้าปราการ และลั่นกลองเป็นสัญญาณเตรียมเปิดศึกแล้ว
ไอฉะ และ เซย์ ก็ตอบรับสัญญาณกลองนั้น และเตรียมพร้อมเปิดศึกเช่นเดียวกัน เมื่อเห็นดังนั้น
คายูว เองก็สั่งการกองทัพให้เตรียมเดินหน้ากวาดล้างข้าศึกทันที...
 
เมื่อหน่วยส่งสาส์นย้อนกลับมาแจ้งข่าวให้ทัพหลังคือพวก โทวกะ และ คาสุโตะ ให้ทราบ พวกเขา
ก็ถึงกับอึ้งไปเหมือนกัน ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเรื่องราวมันดูง่ายดายอย่างน่ากลัว จนแทบไม่อยาก
คิดว่าเป็นเพราะยุทธศาสตร์อะไรของพวกเขาเลย ซึ่งพอถาม โทวกะ ไป ก็แน่นอนว่าเธอเองก็อยากรู้
เหมือนกัน
 
 
 
 
ด้วยเพราะความกะทันหันอย่างไม่คาดคิดนี้ ก็ทำให้ ชูวริ, ฮินาริ เกิดอาการลนลาน
วางกระบวนยุทธศาสตร์ใหม่ แทบไม่ทัน แต่เบื้องต้นก็คือให้ รินริน เตรียมพร้อมสำหรับ
การหนุนหลัง เมื่อถึงเวลาถอนทัพ โดยตัว คาสุโตะ จะอยู่ ณ จุดนี้ รอการกลับมาของ ไอฉะ
 และ เซย์ เช่นกัน ส่วน ชูวริ, ฮินาริ และ โทวกะ นั้นให้ถอนทัพไปแนวหลังอีกแถวหนึ่ง
ซึ่งทุกคนก็ไม่เห็นด้วย เพราะเป็นจุดที่อันตราย แต่เขาก็อยากจะทำเช่นนั้น ทุกคนจึง
เชื่อใจ  และให้เขารับภาระในจุดนี้
 
ในอีกด้านหนึ่งที่แนวหน้า ที่ทัพของ คายูว เดินหน้ากดดันฝ่ายทัพของ ไอฉะ  และ เซย์
ซึ่งทั้งสองคนก็ได้ถอยร่นลงมาเรื่อยๆ จนถึงจุดที่ รินริน และ คาสุโตะ รออยู่ตามแผน
โดยเมื่อมาถึงแล้ว คาสุโตะ ก็ได้เห็นกองทัพขนาดใหญ่ที่ไล่หลังตามมาด้วย โดยนี่ก็เป็น
เวลาที่เขาจะต้องตัดสินใจแล้ว โดยคำตอบที่เลือกนั้น ก็คือให้ รินริน เดินหน้าเข้าหนุนหลัง
ไอฉะ  รวมทั้งตัดกำลังฝ่าย คายูว ด้วยพลธนู
 
 
 
...
 
แม้จะเริ่มถูกตอดเล็กตอดน้อย แต่ด้วยความที่ คายูว เดินหน้าอย่างไม่มีศาสตร์และศิลป์ใด ๆ
เธอจึงเริ่มเสียกองทัพไปบ้าง แต่ก็ยังคงไม่มีผลเท่าใดนัก และยังคงสั่งเดินหน้าต่อ...
 
หลัง ไอฉะ  และ เซย์ ได้ถอนทัพมาจนถึงจุดที่ รินริน อยู่แล้ว ไอฉะ  ก็ได้ถามถึงพวก โทวกะ
คาสุโตะ เลยบอกว่า ให้ถอนกำลังไปแนวหลังแล้ว พวก ไอฉะ  จึงคิดว่าควรรีบไปสมทบกับเธอ
ให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ โดยฝากเรื่องการยื้อเวลาให้กับ รินริน ... ซึ่ง คาสุโตะ ก็รับคำแล้วบอกให้
ไอฉะ  และ เซย์ ไปก่อนได้เลย ส่วนเขาจะอยู่กับ รินริน คอยระวังหลังให้พวกเธอ
 
นั่นก็ทำให้ สาว ๆ ถึงกับไม่พอใจ ว่าเขายังไม่รู้สถานภาพที่เหมือนเป็น "ตัวขุน" ในกระดาน
ที่หากเสียไป ทุกอย่างก็จบกันอีกรึไง... นั่นก็ทำให้เขาอ้ำอึ้งพอสมควร ว่าเขาไม่น่าจะมียศเป็นถึง
อะไรขนาดนั้นได้ แต่เขาก็ต้องยอมเชื่อฟังและถอนตัวไปด้วย
 
 
 
...
 
ในอีกด้านหนึ่งที่แนวหลังของทัพภาคี นั่นก็คือทัพของ เอ็นโชว ... อี้เช และ โทชิ สองผู้ติดตาม
ของ เอ็นโชว ได้สังเกตถึงความวุ่นวายที่เริ่มก่อตัวขึ้นลุกลามมายังแนวหลังเรื่อย ๆ (เพราะทัพหน้า
เล่นใส่เกียร์ถอยอย่างเดียว) ก็เริ่มสั่งให้กองทัพของตนเริ่มเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ โดยไม่ค่อย
มีกะใจไปรายงานแก่ เอ็นโชว นัก (เพราะคำสั่งมีแค่ "กล้าหาญ สมชาตินักรบ และยิ่งใหญ่เกรียงไกร" อ่ะนะ)
 
โดยเมื่อรายงานให้ เอ็นโชว ทราบแล้ว เธอก็ตัดสินใจให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ไปตามเรื่องตามราว
โดยแน่นอนว่าเธออยู่แนวหลังสุดเช่นเคย...
 
...
 
 
ย้อนกลับมาอีกด้านหนึ่ง พวก คาสุโตะ ก็ได้ถอนทัพมาพบกับพวก โทวกะ เรียบร้อย
โดยเมื่ออธิบายสถานการณ์แล้ว ชูวริ ก็เสนอให้ทาง ไอฉะ   เตรียมตั้งกระบวนเข้าหา คายูว ได้เลย
เพราะในสถานการณ์ตอนนี้ พวกเขามีโอกาสที่จะอาศัยช่องว่างในการดึงกองทัพของ เอ็นโชว
ให้เข้ามาพัวพันด้วยได้แล้ว...
 
แม้ในด้านของ โซโซ และ ซนซาคุ จะยังไม่มีสัญญาณเคลื่อนไหวอะไร ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่า
เป็นเพราะความระแวดระวังในการคอยจับตาดูท่าทีของพวกเขา หรือกำลังประเมินสถานการณ์
เพื่อจะสามารถใช้ประโยชน์จากพวกเขาให้ได้มากที่สุด หรืออย่างไร แต่สำหรับพวกเขาในตอนนี้
ก็ไม่เหลือเวลาพอจำคาดคะเนอะไรสำหรับเรื่องทางนั้นแล้ว  เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือ
การรับมือศึกที่อยู่ตรงหน้าของตนนั่นเอง...
 
ว่าแล้ว ชูวริ, ฮินาริ จึงเริ่มบัญชากองทัพ ให้เริ่มโจมตีระยะไกลโดยใช้พลธนู และให้พลหอก
เตรียมตัวรับศึกหลังจากการถอนทัพจนถึงเป้าหมายเสร็จสิ้น...
 
...
 
 
 
 
เมื่อเห็นการต่อสู้กำลังเคลื่อนใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จนมองเห็นได้ตรงหน้า สองผู้ติดตามของ เอ็นโชว
จึงต้องสั่งเคลื่อนทัพออกรับศึกด้วย (เข้าแก๊บที่วางไว้....)
 
...
 
ในด้านของ โซโซ ที่อยู่ทัพปีก เมื่อเห็นสถานการณ์ในปัจจุบัน ก็อดทึ่งในการทำสิ่งไม่คาดคิด
ของพวก โทวกะ ในครั้งนี้ไม่ได้ แล้วเธอจึงถามความเห็นจากผู้ติดตามว่า เห็นควรอย่างไรในตอนนี้
ซึ่งส่วนใหญ่ก็คิดว่าควรฉวยโอกาสนี้ มุ่งหน้าเข้าสู่ ชิซุยคัง เพื่อปิดฉากการรบ ในนามของทัพตนเอง
แต่ คะโควตง กลับไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนั้น เพราะเธอเห็นควรว่าควรเข้ากระนาบเพื่อร่วมจัดการ
คายูว มากกว่า เพราะเหตุผลทำนองว่า ราชสีห์ที่กินเหยื่อซึ่งถูกนำมาป้อนให้ถึงปากนั้น มันไม่สมศักดิ์ศรี
 
 
 
ซึ่งแนวความคิดนั้น ก็ดูจะตรงใจของ โซโซ และทุก ๆ คน เธอจึงสั่งการให้เตรียมตัวกรีฑาทัพ
เข้ารบกับ คายูว โดยไม่ลืมเน้นย้ำ ให้อย่าถลำลึกไปตามอุบายของพวก โทวกะ ที่ต้องการ
ดึงกองทัพทั้งหมดของภาคีเข้าสู่ศูนย์กลางของศึกให้มากนักด้วย แต่อย่างไรก็ดี โซโซ ก็อด
ชื่นชม ในความเจ้าปัญญาของ โชวคัตสึเรียว โควเมย์ (ชูวริ) และ โฮวโตว ชิเง็น (ฮินาริ) จริง ๆ 
 
...
 
อีกด้านหนึ่งในฝั่งของ ซนซาคุ และ ชูวยู ที่ได้เห็นการตัดสินใจของ โซโซ ในการเข้าร่วมต่อสู้แล้ว
ก็นับว่าเป็นเรื่องเหนือความคาดหมายนิดหน่อย ซึ่งนั่นก็ทำให้ ซนซาคุ ชักเริ่มคันไม้คันมือ แต่ก็ถูก
ชูวยู ปรามไว้เช่นเคย เพราะในตอนนี้พวกเธออยู่ในสถานภาพที่ยังไม่จำเป็นต้องลงมือ รวมทั้งเพื่อ
เป้าหมายที่แท้จริงของพวกเธอแล้ว ยังไงก็ไม่ควรผลีผลาม
 
 
 
...
 
อีกด้านหนึ่งของ  เอ็นจูวสึ นั้น ด้วยความที่เจ้าตัวไม่มีอะไรเข้าลักษณะความเป็นแม่ทัพได้เลย
เมื่อฟังสถานการณ์แล้วก็เลยได้แต่ขอไอเดียจากผู้ติดตาม นานานะ เท่านั้น... ซึ่งความเห็นของ
นานานะ ก็คือปล่อยให้คนอื่นจัดการไป ไม่ควรเข้าไปพัวพันกับเรื่องวุ่นวาย เพราะยังไงซะ ถ้า
โซโซ ได้ออกโรงด้วย โอกาสแพ้ก็แทบจะไม่มีเลย ที่สำคัญคือตอนนี้ควรฉวยโอกาสมุ่งหน้าไปยัง
ชิซุยคังซะจะดีกว่า... ซึ่งก็แน่นอนว่า  เอ็นจูวสึ ต้องเห็นด้วย แล้วพวกเขาก็เตรียมมุ่งหน้าสู่ชิซุยคังไป...
 
 
 
 
...
 
ย้อนกลับมาด้านของ พวก โทวกะ ... ในตอนนี้สถานการณ์ของพวกเขา อยู่ในขั้นที่พูดได้ว่า
ไปได้สวยตามแผน... แต่อีกแง่นึง โทวกะ ก็หวั่นใจหมือนกัน ว่าแบบนี้จะไม่ทำให้ทัพของภาคี
พ่ายไปหมด ถ้าได้เสียท่าขึ้นมารึเปล่านะ...
 
 
 
 
ชูวริ ก็เลยเข้ามาให้กำลังใจว่าต้องไม่เป็นไรแน่ เพราะตอนนี้ได้กำลังของ โซโซ มาร่วมมือด้วย
แต่อีกแง่นึง สเกลของศึกนี้ มันก็ยิ่งขยายตัวและเพิ่มความรุนแรงขึ้นอีก ซึ่งในเรื่องนั้น รินริน ก็ขอ
รับหน้าที่เป็นคนนำทัพแนวหน้า และจัดการกับ คายูว เอง... โดยทุกคนก็ตกลงตามนั้น โดยแผนคือ
ให้ ไอฉะ  และ เซย์ ที่อยู่แนวซ้ายขวา หาทางเปิดช่องทางผ่านให้ รินริน ฝ่าวงล้อมเข้าปิดฉากให้ได้
 
ซึ่งแผนนั้นก็ค่อนข้างน่าอันตรายจน โทวกะ เป็นห่วง แต่นั่นก็ดูจะเป็นเรื่องที่น่าหนักใจ เพราะในการรบ
ทุกชีวิตล้วนเหมือนก้าวสู่ความตายแล้วครึ่งตัว จะให้รับประกันความปลอดภัยในชีวิตใครนั้น มันเป็นอะไร
ที่พูดยาก แต่ ไอฉะ  ก็บอกว่ายังไงพวกเธอก็จะเชื่อมั่น ว่า รินริน จะต้องรอดกลับมาได้อย่างปลอดภัย
และ รินริน ก็รับปากว่า จะต้องกลับมาให้ได้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
 
แล้ว รินริน , ไอฉะ  และ เซย์ ก็เตรียมตัวออกสู่แนวหน้า เพื่อปะทะกับ คายูว อีกครั้ง...
 
 
 
 
... แล้วหลังจากที่ทั้งสามคนออกตัวไป โทวกะ ก็ยังคงสลัดความกังวลออกจากใจไม่ได้ และ
เศร้าใจว่าทำไมตัวเองถึงไม่มีพลังในการต่อสู้บ้าง... คาสุโตะ ก็เลยบอกว่า โทวกะ เองก็มีพลัง
ที่คนอื่นไม่มีอยู่เหมือนกัน และเพื่อการนั้น พวกเขาก็ต้องช่วยให้ทั้งสามคนเคลื่อนไหวอะไร ๆ
ได้ง่ายขึ้นด้วย...
 
นอกจากนี้ พละกำลังนั้น ก็ไม่ใช่พลังทุกสิ่งของมนุษย์... พลังในการรวมจิตใจของผู้คนนั้น ก็นับ
ว่าเป็นพลังได้เหมือนกัน... พอพูดเช่นนี้ออกมาแล้ว ชูวริ ก็บอกว่าคำพูดนั้น เป็นคำที่สมควรพูด
กับ คาสุโตะ ที่ชอบปรามาศตัวเองเหมือนกัน โดยบอกว่า คุณค่าของคนนั้น... ไม่ใช่สิ่งที่เจ้่าตัว
เป็นคนตัดสิน แต่เป็นผู้คนรอบ ๆ ตัวต่างหาก ซึ่งทั้ง ชูวริ, ฮินาริ ต่างก็เห็นว่า คาสุโตะ และ
โทวกะ นั้น มีพลังที่ไม่มีผู้ใดทดแทนได้อยู่ในตัวแน่นอน
 
นั่นจึงทำให้ คาสุโตะ และ โทวกะ มีกำลังใจที่จะต่อสู้ในสิ่งที่ตนทำได้ เพื่อตอบสนอง
แก่ความเชื่อมั่นนั้นของทุกคน...
 
 
 
 
แล้ว คาสุโตะ ก็ตัดสินใจเสนอความคิด แบ่งกองกำลังเป็นกลุ่มย่อยเล็ก ๆ แต่กระจายตัว
ไปรอบ ๆ สมรภูมิ โดยทุกกลุ่มจะชูธงสัญลักษณ์ให้เด่นสะดุดตา โดยเล็งผลคือเพื่อสร้าง
ความหวาดระแวงแก่ คายูว โดยเฉพาะในด้านหลังของทัพข้าศึก ... แต่ถึง คายูว จะไม่ตกใจ
แต่เหล่าทหารของเธอ จะต้องหวั่นไหวขึ้นมา ไม่มากก็น้อยแน่นอน เพราะหนทางถอยกลับ
จะดูไม่ง่ายดาย และเกิดความลังเลสับสนขึ้นทันที ซึ่งทุกคนก็เห็นด้วย และเริ่มดำเนินการทันที...
 
...
 
อีกด้านทางฝั่ง คายูว นั้น... ก็เป็นไปตามคาดคือ ตัว คายูว นั้นมองออกว่ามันเป็นแค่ตัวหลอก
แต่ทางด้านทหารนั้น เกิดความหวั่นวิตกไปเรียบร้อยแล้ว ... โดย คายูว ก็เพียงออกคำสั่งให้หาทาง
จัดการสักอย่างไปอย่างลวก ๆ เท่านั้น
 
 
 
 
เมื่อทางพวก รินริน , ไอฉะ  และ เซย์ เริ่มสังเกตเห็นความปั่นป่วนของข้าศึก และรู้ว่า
เป็นความช่วยเหลือของพวก คาสุโตะ ทุกคนต่างก็มีกำลังใจที่จะออกรบเพื่อไม่ให้ทุกอย่าง
ที่ทุกคนร่วมมือลงแรงต้องสูญเปล่า
 
แล้วกลองศึกโหมโรง ก็ดังกังวาลป้อมชิซุยคัง... และการต่อสู้เพื่อปิดฉากในศึกนี้ ก็ได้เริ่มต้นขึ้น
 
 
 
 
 
..........
 
= - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - =

Insert : Battle Phase

 
 
ใน Battle Phase นี้ ก็เช่นเคยว่าเราต้องมีกำลังพลที่ด้อยกว่าฝ่ายตรงข้ามล่ะครับ
ศึกนี้เราจะมี คายูว เป็นคู่มือ ซึ่งฝ่ายเราก็สามารถเลือกใช้แม่ทัพและกุนซือ ได้ครบทุกคนเหมือนเดิม
โดยจขบ. ก็เลือกคู่แทคทีม โทวกะ+ชูวริ เช่นเคย ซึ่งผลก็แน่นอนว่า กินนิ่มตามระเบียบล่ะครับ
 
 
 
 
 
= - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - =
To be Continued on : Story Part 5 - 4
= - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - =
 
 สวัสดีครับ
 
กลับมาเข้าสู่พื้นเพ และที่มาแท้จริงของ บล็อกนี้ นั่นก็คือ
การแปลเกม Shin Koihime Musou นี้น่ะเองครับ
 
พอย้อนกลับไปดู Part 5 - 2 ที่แปลไว้ก่อนนี้แล้ว ก็ถึงกับตกใจ
เพราะวันที่ ๆ เขียนนั้นมันตั้งกะวันที่ 2011/08/20 ซึ่งนับมาจนถึงวันนี้
มันก็เกิน ครึ่งปี จนเกือบจะ 8 เดือนเข้าไปแล้ว... เป็นระยะห่างที่น่าเกลียด
จนรู้สึกผิดจริง ๆ ครับ (แน่นอนว่า ข้ออ้างเรื่องแปลซับ ไม่อาจใช้ได้เสมอไป)
 
ส่วนตัว จขบ. รู้ดีว่าคงไม่มีคนติดตามมากสักเท่าไร แต่ก็ไม่ใช่เหตุผล
ที่จะทำให้ จขบ. ทิ้งสิ่งที่ตัวเองเริ่มทำไว้แล้ว แน่นอน ดังนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ถ้ายังมีชีวิต, คอมพิวเตอร์ และ อินเตอร์เน็ต อยู่ ยังไงก็จะเขียนให้จบให้ได้ล่ะครับ Tongue out
 
...
 
สำหรับ Entry นี้ ก็คงมีเรื่องพูดคุยเพียงเท่านี้
แล้วพบกันใหม่ Entry หน้าครับ
 
(ขอบพระคุณทุก ๆ ท่านที่เข้าชม Blog พิลึก ๆ นี้เช่นเคยครับ Cool)
 
Ps. ดูเหมือน จขบ. จะเตรียมถูกจับนั่งแปลอนิเมะเรื่องหนึ่ง (ที่ยังไม่ออกในซีฯ นี้) ซะแล้วล่ะครับ
Ps. Entry หน้า ... รีวิว 真夏の夜の雪物語 ครับ (บอกล่วงหน้า ไม่ต้องให้ลุ้นเลย)
 

Comment

Comment:

Tweet

ยังแปลต่ออยู่หรือป่าวครับรออ่านอยู่นะ
แหะๆ

#6 By bunny (103.7.57.18|124.120.195.229) on 2013-01-19 03:53

เคยเล่นแต่ภาคแรกเลยไม่รู้ว่า ชูวริ มีดีด้านนี้ด้วย

#5 By PaNtom Rikku on 2012-04-21 17:57

คู่โทวกะ+ชูวริ โกงมากมายมหาศาลครับ แต่บางศึกคู่หูคู่นี้ก็ทำไรลำบากถ้าอีกเป็นพวกบุกเร็วจะสู้ยาก

คายูว ฉลาดมองแผนการออกแต่ความสามารถในการกู้สถานการณ์ต่ำมาก



ปล.ไม่ว่าจะออกช้าแค่ไหนก็ยังเฝ้ารอครับ

#4 By Get Away on 2012-04-18 09:54

ห่างหายไปซะนานเชียวนะครับ ; w ;
คายูวในฉบับ 3 ก๊ก ก็เก่งนา แต่ดันไปแพ้ไอฉะอย่างง่ายเลย เหมือนเป็นได้แค่ตัวเสริมบารมีให้ไอฉะเลยอ่ะ

#3 By Butter-T on 2012-04-11 10:06

คายูว เก่งมากเลย ออกรบคนเดียว
โดยไม่พึ่งใคร มีความมั่นใจสูง

แต่โทวกะ+ชูวริ นั้นเมพจริงๆ

ปล.เกมนี้ใช้คำยากจริงๆ

#2 By wise on 2012-04-11 07:35

คายูว เก่งมากเลย ออกรบคนเดียว
โดยไม่พึ่งใคร มีความมั่นใจสูง

แต่โทวกะ+ชูวริ นั้นเมพจริงๆ

ปล.เกมนี้ใช้คำยากจริงๆ

#1 By wise on 2012-04-11 07:16