สวัสดีครับ
 
ในขณะที่เขียน Entry นี้ จขบ. ก็ยังคงอยู่ในระหว่างสอบล่ะครับ
แต่พอดีเป็นช่วงที่มีระยะห่าง ค่อนข้างนาน กอปรว่าพอดีเคลียร์งานซับแล้ว
ก็เลยไม่อยากปล่อยเวลาให้ผ่านไป เสนอหน้ามาอัพ Blog ดังเช่นนี้น่ะเองครับ
(ป.ล. นู๋เบื่อการอ่านหนังสือแล้ว ; . ;)
 
เพื่อไม่ให้เสียเวลา งั้นก็เข้าเรื่องต่อกันเลยนะครับ Money mouth
(จากประสบการณ์ใน Part ก่อน คราวนี้ จขบ. จะพยายามย่อลงอีก ให้ยืดน้อยที่สุดละครับ)
 
 
 
         
 
... ความเดิมจาก Part ที่แล้ว ที่ ทาคุมิ สามารถหยุดการย้ายไปเข้าเรียนยังโรงเรียนดนตรี
YAMAHOแบบกะทันหันของ มิโอะ ไว้ได้... ฮิโรโกะก็ตัดสินใจจะพักอยู่ที่หมู่บ้านนี้ เพื่อจะ
ค่อย ๆ เข้าหา มิโอะ ไปเรื่อย ๆ รวมถึงช่วยขัดเกลาฝีมือทางดนตรีให้แก่เธอ แล้วก็เพื่อช่วย
ดูการเตรียมขึ้นเวที ในพิธีปิดโรงเรียน ที่เหลือเวลาอีกครึ่งเดือน...
 
แล้วในคืนเดียวกันกับเหตุการณ์ท้าย Part 2 นั้นเอง ที่เรื่องราวบทใหม่ ได้เริ่มต้นขึ้น...
 
เมื่อ รีเซ ออกมาข้างหน้าบ้าน ทาคุมิ (ระหว่างทุกคนกำลัง นั่งอยู่ในบ้าน) แล้วเธอก็ได้พบกับ
คุซาดะ ที่เหมือนเป็นเลขาฯ ของประธานบริหารของ YAMAHO โดยเธอได้บอกกับ คุซาดะ
ว่าอยากขอพบประธาน โดยขอให้ช่วยแจ้งไปว่า  "รีเซลอทเต้ ชูเรเบล ผู้เป็นหลานของประธาน
อยากจะขอพบ"
 
 
 
 
...
 
......
 
......... ในวันต่อ ๆ มา
 
เรื่องราวยังคงไม่มีอะไรเกิดขึ้นเป็นพิเศษ แต่ก็มีอีเวนท์ตอนกลางคืนที่ รีเซ นอนค้างที่บ้าน ทาคุมิ ด้วย
เหตุผลว่าเพราะ มิโอะ ค้าง เธอก็เลยเอาด้วย (เพื่อไม่ให้เข้าข่ายชายหญิงนอนด้วยกัน สองต่อสอง)
ซึ่งในคืนนั้น ก็เป็นคืนที่ ทาคุมิ แทบจะไม่ได้นอน (ในเหตุผลที่ไม่มีอะไรลึกซึ้ง)
 
 
 
 
นอกจากนี้จะมีการกล่าวถึงจี้ห้อยคอ ของดูต่างหน้าของแม่ รีเซ ที่ภายในมีรูปของคุณแม่อยู่ด้วย
ซึ่งนั่นก็เป็นคีย์ไอเทมหนึ่งของเรื่องราวในช่วงนี้ครับ
 
...
 
วันต่อมาในช่วงเช้าก็จะมีแฟลกแย่งกันรับหน้าที่ทำปิ่นโตมื้อเที่ยงให้ ทาคุมิ ซึ่งปกติ
มิโอะ จะทำให้ แต่วันนี้ คาเรน ก็เสนอตัวว่าพรุ่งนีจะทำมาให้เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ
 
 
 
 
โดยในตรงนี้จะมีให้เลือกตอบคำถามว่า จะเอาของใครดีหรือโนคอมเมนท์ ด้วยครับ
ซึ่งไม่ว่าจะเลือกข้อไหน วันต่อมา ทั้งสองคนก็จะทำมาให้เหมือนกันอยู่ดี...
 
นอกจากนี้ก็ยังกล่าวถึงเพลงออริจินัลของ ทาคุมิ ที่ยังคงเดินหน้าต่อไปเรื่อย ๆ อยู่
ซึ่งสภาพ ณ ปัจจุบันก็คือ ครึ่งแรกเขียนได้ดีแล้ว แต่ครึ่งหลังค่อนข้างแย่ เพราะ
ขาดความน่าสนใจ และมองไม่เห็นสิ่งที่ผู้แต่งต้องการสื่อ ผลก็คือต้องกลับไปแก้ใหม่
ซึ่งวันต่อมาเขาก็ได้รับคำแนะนำจาก คุซาดะ ว่าบางทีอาจเป็นเพราะ ยังไม่ได้ตั้งชื่อ
ให้กับเพลง เลยไม่สามารถแต่งเพลงออกมาได้อย่างมีจุดมุ่งหมาย หรือตามที่ต้องการ
 
 
 
 
วันต่อมาเรื่องก็กลับเข้าประเด็น... คือ คุซาดะ ไม่ยินยอม ที่จะติดต่อประธานผู้เป็น คุณตา
ของ รีเซ ให้ เพราะไม่เห็นว่าจะเกิดประโยชน์อันใด เพราะความสัมพันธ์ระหว่าง คุณตา
กับคุณแม่ของ รีเซ นั้น จากลากันแบบไม่ค่อยดี (คุณแม่ขัดใจคุณตา ไปแต่งงานกับคุณพ่อ
ที่เป็นคนต่างชาติ แล้วคุณตาไม่ถูกใจ ก็เลยเหมือนตัดขาดกันไปตั้งแต่สมัยก่อน)
 
โดยเวลามันก็ผ่านไปนานจนน่าจะหมดอาวรแล้ว มาฟื้นฝอยเอาป่านนี้ มีแต่จะทำร้ายหัวใจ
คนแก่เปล่า ๆ ว่าแล้วเธอก็ยังริบ จี้ห้อยคอ ของต่างหน้าคุณแม่ไปอีกด้วย... ซึ่งในตอนนั้น
ทาคุมิ ก็โผล่มาพอดี แต่ รีเซ ก็เลือกที่จะปิดเรื่องนี้ไว้ไม่บอกอะไรกะเขา...
 
แต่ในคืนนั้น รีเซ ก็ตัดสินใจเล่าออกไปให้ ทาคุมิ ฟังเพียงคนเดียว ซึ่งในจังหวะที่จะบอกนั้น
คาเรน ก็แว๊บมาเห็นโดยบังเอิญ... แล้วบรรยากาศมันเหมือนกะ รีเซ กำลังสารภาพรัก ทาคุมิ มาก
เลยกลายเป็นปมทำให้ คาเรน มีความขุ่นข้องกับ รีเซ แบบผิด ๆ ไปเสียอีก
 
 
 
อย่างแรกคือเธอมีสายเลือดอยู่ 3 สัญชาติ คือ พ่อเป็นชาวออสเตรีย ส่วนแม่ เป็นฮาล์ฟญี่ปุ่น+อเมริกา
ซึ่ง เธอก็ตั้งใจมาที่ญี่ปุ่น เพื่อมาหาคุณตาที่เป็นคนญี่ปุ่น เพื่ออยากสานความสัมพันธ์ ระหว่าง
คุณแม่ กับ คุณตา ให้เข้าใจกันแม้ว่าคุณแม่จะจากโลกไปแล้วก็ตาม... โดย ทาคุมิ ก็บอกว่าถ้ามีอะไร
ที่เขาช่วยได้ก็บอกได้ (ตอนที่รู้ว่า รีเซ เป็นหลานผู้ก่อตั้ง YAMAHO ก็อึ้งจนตาค้างพอสมควร)
 
... วันต่อมา
 
เป็นวันที่ คาเรน ทำปิ่นโตมาให้ ทาคุมิ ตามที่สัญญาไว้ ซึ่งของ รีเซ ก็ยังทำมาเช่นเคย
โดยของ คาเรน นั้นแนบจดหมายบอกความในใจไปด้วย... แต่อนิจจาเพราะความเปิ่น
เลยเผลอใส่จดหมายลงไปในกล่องของ รีเซ แทน พอรู้สึกตัวแล้วจะมาขอคืน รีเซ ก็ไม่ยอม
แย่งกันไปแย่งกันมา ก็ตามสูตรคือกระจาย... ซึ่งตอนที่ตกใจเพราะ รีเซ จะคว้ามือหยิบจดหมาย
คาเรน  ก็ตบมือของ รีเซ โดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งเธอก็ได้แต่ขอโทษแล้ววิ่งหนี
 
ส่วน รีเซ ที่แม้ไม่รู้ว่าเพราะอะไร คาเรน ถึงโกรธ ก็ยังคิดว่าตัวเองคงเผลอทำอะไรผิดไปโดย
ไม่รู้ตัว แล้วก็ตั้งใจะไปขอโทษทีหลัง... แต่ทั้งที่ไปขอโทษ คาเรน ก็ยังไม่เย็นลง และพูดกลับ
อย่างค่อนข้างแรง แต่อนิจจาเพราะใช้ศัพท์ยากไป รีเซ เลยไม่ค่อยเข้าใจ ก็เลยไม่เจ็บอะไรมาก
แต่ก็เศร้าใจแทน ที่ดูเหมือนจะถูก คาเรน เกลียดไปแบบยังไม่รู้ว่าทำอะไรลงไป
 
แต่กระนั้น เธอก็ยังคงฝืนที่จะยิ้มแย้มให้เหมือนอย่างเคย...
 
 
 
 
แล้ววันต่อ ๆ มา ก็เป็นเรื่องราวของความพยายามในการเข้าถึงตัวคุณตาของ รีเซ
ซึ่ง ณ ตอนนี้พักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลที่เมืองใกล้ ๆ ... โดยก่อนจะไปพบ
เธอก็ได้เรียนการทำขนมโอฮางิ เพื่อเอาไปเป็นของฝากคุณตาอีกด้วย...
 
ซึ่งในที่สุดก็สามารถไปพบคุณตาได้สำเร็จ
 
 
 
ซึ่งในตอนแรกที่ได้แนะนำตัวแล้วเอ่ยนามสกุล ชูเรเบล ออกไป ก็ถึงกะทำให้คุณตา
ความดันขึ้น เพราะเหมือนเป็นนามสกุลชายที่แย่งลูกสาวคนสำคัญไป... หลังตั้งสติได้
แล้วพูดคุยกัน คุณตาก็บอกว่าพอเข้าใจเรื่องราวแล้ว แต่ปัญหาคือคนที่โผล่มาอ้างตัวว่า
เป็นหลานของเขานั้น นับรวม รีเซ ก็เป็นคนที่ห้าเข้าไปแล้ว
 
โดยสุดท้าย ก็ไม่สามารถทำความเข้าใจกันได้ แถมเพราะความซุ่มซ่ามซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ของ รีเซ ค่าความสัมพันธ์เลยยิ่งติดลบไปใหญ่...
 
แล้ววันต่อ ๆ มาเรื่องราวก็ยังอยู่ในประเด็นี้ จนถึงวันนึงที่ คุณตาต้องมาที่โรงเรียนของ
พวก ทาคุมิ เพื่อมาดูชมรมดนตรีโรงเรียน ที่ว่ากันว่าพอมีฝีมือ ซึ่งนั่นก็นับเป็นโอกาส
ของ รีเซ ที่จะต้องทำความเข้าใจกันให้ได้ ซึ่งตรงนี้ก็ขอรวบรัดเลยว่าลงเอยอย่างแฮปปี้
ทั้งเรื่องคุณตา และปัญหากับ คาเรน ครับ
 
โดยในตอนนี้ ทาคุมิ ก็เริ่มคิดถึงเรื่องชื่อเพลงออริจินัลที่แต่งขึ้นแล้ว... โดยชื่อที่เขาคิดว่า
จะใช้ก็คือ 永遠なる音律 (Towa naru Shirabe) ที่แปลว่า ท่วงทำนองขับขานไร้สุดสิ้น
(ที่เป็นชื่อเกมด้วย) น่ะเอง
 
......
 
... ในช่วงต่อมา  ก็จะเข้าสู่เหตุการณ์ช่วงต่อไป คือ รีเซ จะได้เชลโลตัวใหม่ เป็นของขวัญ
จากคุณตา เลยทำให้ตอนนี้ในชมรมมีเชลโล สองตัวแล้ว... นั่นก็แปลว่าตอนนี้ คาเรน มี
โอกาสที่จะได้ร่วงวงเล่นด้วยแล้ว แต่ก็มีปัญหาติดตรงที่ฝีมือเธอนั้น ยังอ่อนมากกก เนื่องจาก
ก่อนหน้านี้ไม่ขยันทำกิจกรรมหรือฝึกซ้อมเป็นเรื่องเป็นราว
 
นั่นทำให้ คานน และ ไอ คัดค้านแม้จะรู้สึกเศร้าเหมือนกัน ซึ่งเรื่องนั้นตัว คาเรน เองก็ทราบดี
อยู่แล้ว... เธอก็เลยยอมแพ้ แต่ตัว รีเซ นั้นอยากให้ทุก ๆ คนได้ขึ้นเวทีด้วยกัน จึงพยายามไป
ดึง คาเรน มา... ว่าแล้วคนที่เหลืออยู่ก็เลยผลักให้ ทาคุมิ ช่วยจัดการตามเคย เขาก็เลยออกไป
<