สวัสดีครับ
 
Entry นี้พานอกเรื่องกับหมวด etc อีกครั้ง
โดยครั้งนี้จะว่าด้วยเรื่องของการแปลงไฟล์ Audio หรือก็คือเพลง
ซึ่ง.. เป็นเรื่องที่อยู่นอกเหนือกิจวัตรของผู้ที่โหลด
ไฟล์เพลงแบบ .mp3 มาฟังครับ.. (มิได้ว่าอะไรใครนะจ๊ะ)
 
เพราะที่เราจะพูดถึงในคราวนี้เป็นเรื่องประมาณว่า "กว่าจะมาเป็น เพลงให้โหลด"
หรืออะไรทำนองนั้นครับ.. เผื่อบางท่านอยากจะรู้ว่าคนที่เขาแจกเพลงอนิเมะกันตามเว็บ
หรือตามบิท นี่เขาทำอะไรยังไงกัน .. แต่ว่าตามตรง ผมก็ไม่ทราบหรอกครับ
ว่าเขาใช้วิธีไหน.. แต่ก็จะสาธยายถึงวิธีที่ให้ผลลัพธ์ได้เหมือนกัน.. ประมาณว่า
"คุณเองก็เป็นตัวจริงได้" เลยทีเดียว.. (นอกจาก .mp3 ยังมี .flac อีกด้วย)
 
งั้นก็.. ไปดูกัน (นะ)
Ps. Entry นี้อ่านชิวๆ คิดซะว่าดูรายการเคโรโระนอกกะลาอยู่ก็ได้ครับ Money mouth
Ps. อะไรต่างๆ ที่นำมาเล่าเป็นเรื่องในวงการของฝั่งญี่ปุ่นนะครับ (ของไทยรึเกาหลีนี่ไม่ทราบเลย)
note : คำอธิบายภาพอยู่ใต้ภาพครับ
 
= - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - =
 
AUDIO CD to WAV
 
ก่อนอื่น.. การจะมีเพลงมาเป็นไฟล์ให้เราโหลดกันได้
แน่นอนว่าต้องมีแผ่นเพลงตัวต้นฉบับ รวมทั้งมีผู้ใจบุญ
ที่จะเอามันมาแปลงเป็นไฟล์ข้อมูลแจกลง'เน็ตเสียก่อน
ซึ่ง ณ ที่นี้จะขอเรียกว่า "ไม้ผลัดที่หนึ่ง" ครับ (อันนี้ จขบ. ทำเป็นตัวอย่างเฉยๆ)
 
 
 
 
เพื่อความสะดวกในขั้นแรกจะขอใช้ตัวอย่างใกล้ๆ ตัว
คืออัลบั้ม OST ของ "อีกกี่ไมล์จึงไปถึงเส้นขอบฟ้า" นี้ครับ (ใช้รูปเก่าซะเลย)
 
...
 
 
ว่าแล้วก็ใส่แผ่นเข้าเครื่องไปซะ.. (ยังอุตส่าห์ถ่ายจริงๆ)
 
...
 
หลังจากใส่แผ่นเข้าเครื่องแล้วเราก็จะเริ่มการ Extract ข้อมูลในแผ่น
ให้กลายเป็นไฟล์ข้อมูลซะ.. โดยการใช้โปรแกรมที่มีชื่อว่า
Exact Audio Copy (ย่อๆ ว่า EAC) ครับ เป็นโปรแกรมจัดการแผ่นเพลง
 
 
 
เมื่อติดตั้งเสร็จแล้วเราก็เปิดมันขึ้นมาได้เลย
โปรแกรมนี้เป็น Freeware ไม่ต้องใช้ยาแก้ไอ แต่ต้องการ Plug-in สำหรับการใช้ฟังก์ชั่น
Convert เป็น .mp3 หรือ .flac โดยตรง รวมทั้งต้องมีการตั้งค่าหลายๆ อย่างก่อนเริ่มใช้งาน
ซึ่งส่วนการตั้งค่าขอให้อ่านจาก ที่นี่ ครับ สอนไว้ได้อย่างละเอียดมากมาย
 
 
 
 
เมื่อเปิดโปรแกรมขึ้นมา (โดยในไดร์ฟ CD/DVD มีแผ่นใส่อยู่)
ก็จะขึ้นหน้าจอตามรูปครับ.. ซึ่ง ณ ขั้นตอนนี้ท่านผู้ใจบุญ
มีสองทางแยกให้เลือกตอบ (นึกภาพประมาณกำลังเล่น Visual Novel)
- แปลงเป็นข้อมูลทันทีเลย
- ใส่ข้อมูลของแผ่นก่อนที่จะแปลง
 
ถ้าตอบแบบแรกก็จะจบได้อย่างมากคือแบบ Normal End ครับ
ส่วนแบบที่สองจะเป็นการช่วยผู้ที่จะเอาไปใช้ต่อให้ทำอะไร ๆ
ใน "ผลัดที่สอง"ได้เร็วขึ้นครับ.. ซึ่งโดยมากแล้วเขาจะใส่กันนะ
ดังนั้นจขบ. ก็จะเลือกข้อสองโดยใส่ให้หมดเท่าที่จะใส่ได้.. (เป็นตัวอย่างด้วย)
 
...
 
 
 
เมื่อกรอกข้อมูลเสร็จหมดแล้ว
ก็กดปุ่ม Alt + F7 เพื่อทำการ Rip ทั้งแผ่น รวมทั้งสร้าง "cue Sheet" ด้วย
(cue Sheet นี่สำคัญมากครับ เป็นพระเอกของงานเลยทีเดียว)
 
note : WAV ย่อจาก Waveform Audio FileFormat) เป็นไฟล์ข้อมูลเสียงเพลง
ที่คุณภาพสูงสุดที่ใช้กับ Window ครอบคลุมคลื่นความถี่เสียงทั้งหมดทำให้คุณภาพ
เสียงดีมากๆ ราวกับฟังด้วยแผ่นเพลงต้นฉบับ Bitrate รวมอยู่ที่ 1411 kbps ซึ่งสูงที่สุด
ส่วน mp3 นั้นจะมี Bitrate อยู่ที่ 32 ~ 320 kbps เท่านั้นแต่ข้อเสียของไฟล์ wav คือ
มีขนาดใหญ่มากๆ (เทียบขนาดต่อ Track มากกว่า mp3 ประมาณ  5~10 เท่า)
 
 
 
เมื่อกดแล้วก็ให้เลือกที่เก็บและตั้งชื่อ.. ตรงนี้จะตั้งชื่ออะไรก็ตามใจ
(ในหมู่ผู้แจก รู้สึกจะมีวิธีการตั้งอยู่ ซึ่งจขบ.มิทราบถึงขั้นนั้น)
 
เมื่อกด Save ก็รอจนกระทั้งเสร็จกระบวนการ
เราก็ไปยังโฟลเดอร์ที่เลือกเป็นที่เก็บไว้เมื่อครู่เพื่อดูผลงาน
(ตอน Rip เสร็จ จะมีเสียงชวนตกใจด้วย)
 
 
 เมื่อดูในโฟลเดอร์ที่เก็บไฟล์ไว้..
หากไม่มีสิ่งใดผิดพลาด ก็จะพบกับไฟล์ 3 ตัวคือ
1. cue sheet - เป็นไฟล์เล็กๆ ที่บรรจุข้อมูลไฟล์ต่างๆ wav ใช้ในการจำลอง Image File
และเอาไว้ใช้เล่นกับโปรแกรมฟังเพลง
2. ไฟล์ .wav - เป็นไฟล์ Audio ที่ Rip มาจากแผ่นต้นฉบับภายในไฟล์นี้จะมี Track ทั้งหมดอยู่
ซึ่งจะเล่นแบบแยก Track ไม่ได้ ถ้าไม่เล่นผ่าน cue sheet
3. log file จากการ Rip (ไฟล์นี้คนแจกมักจะใส่ไปด้วยเวลาแจก)
 
ณ ตรงนี้ ผู้ใจบุญก็จะมาถึงทางแยกอีกครั้งคือ
- แจกเลย
- สแกน Booklet, ปกอัลบั้ม ด้วย
 
ตรงนี้ถ้าเลือกข้อแรกก็จะจบแบบ Normal End ครับ.. ถ้าเลือกข้อสองก็จะจบ
แบบ Good End เลย (คือแจกครบทุกอย่างเสร็จสรรพ) ซึ่งจะเลือกแบบใดก็
อยู่ที่คนแจกครับว่ามีเครื่องสแกนไหม แล้วอยากทำหรือเปล่า..
 
แล้วสุดท้ายก็คือ ยัดใส่ไฟล์ Zip ตั้งชื่อไฟล์ .. ซึ่งเรื่องของการตั้งชื่อไฟล์เนี่ย
เขาจะมีธรรมเนียมการตั้งเฉพาะอยู่.. โดยจะขออธิบายโดยใช้ไฟล์ที่ผมโหลดมาเป็นตัวอย่างครับ
 
 
 
 
สังเกตจากการตั้งชื่อ..
ในด้านหน้า ถ้ามี [EAC] อยู่ก็คือ เขาใช้ EAC ในการ Rip ครับ
แต่ถึงไม่เขียนไว้ โดยส่วนใหญ่ก็จะใช้ EAC ในการ Rip นั่นล่ะครับ
(บางคนเข้าใจไปว่า EAC คือชื่อ "ยี่ห้อ" ของคนแจกอีกตะหาก)
 
ส่วนวงเล็บด้านหลัง จะเป็นรายละเอียด Format ของไฟล์ที่แจกมา คือ
"นามสกุลไฟล์ที่RIPมา" + "cue sheet" + "นามสกุลของสแกน(ถ้ามี)"
 
.. จะสังเกตได้ว่าตรง "นามสกุลไฟล์ที่ RIPมา" มันไม่ได้มีแต่ wav เท่านั้น
แต่มีทั้ง tak , tta , ape ด้วย .. ซึ่งทั้งสามอย่างเป็นไฟล์ RIP จากแผ่นเช่นเดียวกันครับ
แต่ RIP มาต่าง Format กัน .. ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของ "ไม้ผลัดที่สอง" ที่จะทำให้มัน
กลายเป็น .mp3 และ/หรือ .flac ต่อไปครับ.. หมดหน้าที่ของ "ไม้ผลัดที่หนึ่ง" เพียงเท่านี้
 
Ps. อาจจะมีคำถามว่า แล้วทำไมคนที่มีแผ่นถึงไม่จัดการแปลงเป็น mp3 รึ flac ให้เสร็จซะเลย
ก็คงต้องบอกว่า การแจกแบบนี้จะรองรับผู้ที่อยากไรท์ไฟล์ที่ RIP มากลับไปเป็นแผ่นอีกครั้งได้
ด้วยน่ะครับ และถึงเขาไม่ทำก็มี คนที่อยู่ ไม้ผลัดสอง รอทำให้อยู่แล้วโดยส่วนมาก
 
= - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - =
 
How to listen WAV
 
สำหรับ "ไม้ผลัดที่สอง" นี้..
คือผู้ที่ทำหน้าที่แปลงไฟล์ที่ RIP มาจากแผ่น ให้กลายเป็น Format ที่เราฟังๆ กัน
คือ .mp3 และ .flac ครับ.. ซึ่งถ้าไม้ผลัดแรกเขา RIP มาเป็น wav ให้ล่ะก็สบายไป
จับแปลงต่อได้เลย.. แต่ถ้ามาแบบอื่น (ซึ่งมักเจอแบบนั้น) ก็งานเข้าอีกชั้นนึงครับ
ต้องแปลงมันให้เป็น wav ก่อนที่จะแปลงต่อไป ซึ่งมันก็ต้องใช้พิธีการต่างๆ กันไป
 
โดยในขั้นแรกก่อนจะพูดถึงเรื่องการแปลงไฟล์ต่อไป.. ก็ขออธิบายว่าเจ้าไฟล์ที่ RIP
มานี่นั้น.. มันเอาไปใช้ฟังยังไงเสียก่อน เพื่อไม่ให้งงกันภายหลังนะครับ
 
...
 
สำหรับไฟล์ที่ RIP มาจากแผ่นนั้น.. ไม่ว่าจะมาแบบ Format ไหน..
ยังไงๆ ก็ต้องมีสิ่งที่เรียกว่า "cue sheet" ติดมาด้วยครับ มิเช่นนั้นไฟล์ที่ RIP มานั้นแทบ
จะเอาไปใช้ทำอะไรไม่ได้เลย.. ซึ่งเจ้า cue sheet นี้หน้าตาของ icon อาจจะไม่เหมือนกัน
ก็ไม่ต้องตกใจครับ มันใช้ได้เหมือนกัน
 
สำหรับวิธีการฟังไฟล์ที่ RIP มานั้นมีสองวิธีใหญ่ๆ ครับคือ
1. จำลองไดร์ฟ แล้ว เล่นผ่านโปรแกรมฟังทั่วๆ ไป
2. ใช้ foobar2000
 
สำหรับวิธีแรกนั้น.. เราต้องมี "โปรแกรมจำลองไดร์ฟ" มาใช้ช่วยด้วยครับ..
ช่วยที่ว่าก็คือช่วยจำลองว่า ไฟล์ที่ RIP มานั้นมันคือ CD เพลงแผ่นนึงนั่นเอง
โดยโปรแกรมจำลองไดร์ฟที่ผมจะใช้อธิบายในที่นี้คือ Alcohol 120% ครับ (ยาแก้ไอ+วิธีลงพร้อม)
 
...
 
 
 
หลังจากที่ติดตั้งเสร็จ ก็ดูที่ My Computer .. คอมฯ ของเราจะมี ไดร์ฟใส่ CD/DVD เพิ่มขึ้นมา 1 ไดร์ฟครับ
ซึ่งไดร์ฟนี้เมื่อคลิ๊กขวาจะมีตัวเลือกที่ ไ่ดร์ฟปกติไม่มีคือตัวเลือก "Mount Image" ดังรูปด้านบน
(ตรงนี้ขา Visual Novel รู้ดีทีเดียว) .. แล้วเราก็ Browse ไปที่ไฟล์ cue sheet หรือไฟล์ .cue ของไฟล์
ที่ RIP มานั้นครับ.. ซึ่งหลักการทำงานของ cue sheet นั้นมีอยู่ 2 ข้อคือ
- จะต้องชื่อเหมือนไฟล์ที่ RIP มาเด๊ะ ๆ (แต่ที่จริงไม่เหมือนก็เปิดได้นะ)
- จะต้องวางอยู่ที่เดียวกับ ไฟล์ที่ RIP มา (อันนี้สำคัญ ถ้าอยู่คนละที่จะเปิดไม่ขึ้น)
 
 
 
ถ้าหากไม่มีอะไรผิดพลาด ไดร์ฟนี้ก็จะกลายสภาพเป็นเหมือนกับเรา
ใส่ Audio CD เข้าไปในเครื่องดังที่เห็นครับ เปิดฟังกะโปรแกรมฟังทั่วๆ ไปได้เลย
 
...
 
ส่วนถ้าเป็นข้อสองคือใช้ foobar2000 ล่ะก็.. ง่ายเลยครับ
 
 
 
 
แค่โหลดโปรแกรมฟังเพลงที่ชื่อ foolbar2000 มาติดตั้ง..
แล้วลากไฟล์ cue sheet ไปวางใส่ในหน้าโปรแกรมก็จบเลย
 
= - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - =
 
WAV to MP3
 
ทีนี้ก็มาต่อกันด้วยเรื่องของการแปลงไฟล์ที่ RIP มาให้เป็น mp3 หรือ flac กันแล้ว..
โดยจะอธิบายในเงื่อนไขที่ว่าไฟล์ที่ RIP มานั้นเป็นนามสกุล wav ก่อนนะครับ..
ซึ่ง.. สำหรับการแปลงให้เป็น mp3 หรือ flac นั้นเราสามารถใช้ EAC ทำได้ทั้งหมดครับ
แต่ผมไม่ชอบเพราะมันใช้ยาก.. ก็เลยมีวิธีแบบบ้านๆ (แต่ให้ผลเหมือนกัน) ให้ใช้อยู่ 2 วิธีคือ
- ใช้ Nero Burning Rom (ตั้งแต่รุ่น 7 ขึ้นไป น่าจะใช้ได้ แต่ที่ผมใช้คือรุ่น 9)
- ใช้ foobar2000
 
โดยก่อนอื่นจะเริ่มจากการใช้ Nero เสียก่อนนะครับ
ขั้นแรกเลยก็คือให้เรา Mount Image ไฟล์ cue sheet ก่อน
แล้วเราก็เปิดโปรแกรม Nero Burning Rom ขึ้นมา..
 
 
 
 
พอเจอกับหน้าต่างโล่งๆ แบบนี้ (มันจะมีหน้าต่างเมนูการไรท์แผ่นขึ้นมาด้วยให้ปิดไป)
 
 
 
สำหรับแบบภาษาไทยให้เลือกคำสั่ง : พิเศษ > บันทึกแทร็คเสียง
หรือกด F9 ทีเดียวเลยก็ได้ครับ
 
 
 
 
เมื่อกดแล้วก็จะพบหน้าต่าง Save Audio Tracks to Hard Drive ดังรูปครับ
สำหรับข้อมูลชื่อนักร้อง ชื่อเพลง ชื่ออัลบั้ม พวกนี้.. Nero จะทำการ Gen ให้เรา
อัตโนมัติ หากมีข้อมูลของอัลบั้มนี้แล้วที่ฐานข้อมูลกลางครับ เราไม่ต้องกรอกใหม่
แต่ถ้าไม่มี หรือมีข้อมูลตรงไหนไม่ถูกใจเราก็กรอกเข้าไปเองได้..
(เช่นเปลี่ยนชื่อ Track กะ นักร้อง ที่เป็นอักษรภาษาญี่ปุ่นให้เป็นโรมันจิ)
 
จากนั้นให้ไปตั้งค่าการแปลงไฟล์ที่หน้า เอาต์พุต ซะก่อน
 
 
 
 
ในหน้านี้ก็มีสิ่งที่ต้องตั้งค่า 4 ที่คือ
Output Directory - ที่เก็บไฟล์ mp3 ที่กำลังจะแปลง
โหมดการสร้างชื่อไฟล์ - รูปแบบของชื่อไฟล์ที่จะตั้งครับ (เช่น หมายเลขแทรค - ชื่อแทรค - ชื่อนักร้อง)
ไฟล์ฟอร์แมต - นามสกุลไฟล์ที่จะแปลง. ก็ตั้งเป็น MP3 Audio
คุณภาพ - Bitrate ของไฟล์ เลือก 320 เลยครับ
 
ทีนี้หลังจากมั่นใจว่าตรวจสอบรายละเอียดอะไรๆ เรียบร้อยแล้ว
ก็กดคัดลอกจากนั้นก็รอได้เลยครับ
 
 
 
 
เมื่อเสร็จกระบวนการแล้วก็ไปส่องโฟลเดอร์ที่ตั้งค่าไว้ได้เลยครับ
เท่านี้ก็จะได้ไฟล์ .mp3 พร้อมเอาไปแจกต่อได้แล้ว ณ ขั้นตอนนี้
อยากแก้ไขทำอะไรเพิ่มเติมก็ทำได้ตามปกติที่ทำกับไฟล์ mp3 ทั่วไปละครับ
(ตอนแจกใส่ยี่ห้อคนแจกเพื่อความเท่ห์ได้อีกตะหาก)
 
....
 
ส่วนวิธีที่สองคือใช้ foobar2000 นั้น.. มีวิธีดังนี้ครับ
 
 
 
เปิดโปรแกรม foobar2000 ขึ้นมาแล้วลากไฟล์ cue sheet ใส่หน้าโปรแกรม
ให้โปรแกรมขึ้นรายการ Track List ดังรูปครับ (จะเปิดเพลงฟังไปด้วยหรือไม่ก็ได้จ่ะ)
 
 
 
 
จากนั้นก็ Ctrl + A ครอบ Track ทั้งหมด แล้วคลิ๊กขวา ในบริเวณ Track List
แล้วเลือกฟังก์ชั่น Convert > "..." ดังรูปครับ
 
 
 
 
เมื่อกดแล้วก็จะพบกับหน้าต่างนี้ครับโดยเรามีสิ่งที่จะต้องจัดการต่อไปนี้คือ
- Output format : นามสกุลของไฟล์ที่จะแปลงให้เป็น.. ตรงนี้ก็เลือก MP3 (Lame) ครับ
จากนั้นกดปุ่ม ... เล็กๆ ทางขวาในบรรทัดเดียวกันก่อน..
 
 
 
เมื่อกดแล้วจะพบกับหน้าต่างเช่นนี้ให้ลากขีดไปทางขวาสุดเพื่อปรับ Quality 
ของ Bitrate ให้สูงสุด (คือ 320 kbps) ครับ.. จากนั้นกด OK เพื่อกลับหน้าเดิมได้เลย
.. เมื่อกลับมาหน้าเดิมก็ทำการตั้งคา่อื่นๆ ต่อ คือ
 
- Output path : เลือกที่ๆ จะเก็บจะมี 3 ทางเลือก คือ
ซ้ายบน = ไว้เลือกตอนกด Convert
ซ้ายล่าง = เก็บไว้ที่เดียวกะ ไฟล์ที่ RIP มา (ที่ๆ ไฟล์ wav และ cue sheet อยู่)
ขวา = เลือกที่เก็บใหม่ตอนนี้เลย
 
- When file already exists : เมื่อ Convert แล้วเจอไฟล์ชื่อซ้ำ ก็จะมี 3 ทางเลือกเช่นกัน
ซ้าย = ถามเราก่อน
กลาง = ข้ามรายการนั้นไป
ขวา = ทับโลด !
 
- Output file : รูปแบบการตั้งชื่อไฟล์ครับ
ตามมาตรฐาน ก็จะใช้ตัวเลือกบนสุดแล้วกรอกในช่อง name format เป็น "%track% %title%"
เพื่อให้รูปแบบการตั้งชื่อเป็น "Track Number(เว้นวรรค)Track Title" ครับ.. สามารถดูตัวอย่าง
ผลลัพธ์ได้จากช่อง Preview ด้านขวา
 
จากนั้นเราก็กด OK เพื่อทำการ Convert ได้เลยครับ
แต่ว่าในครั้งแรกที่ทำการ Convert.. ตัวโปรแกรมจะถามหาตัว Lame Encoder ซึ่งจำเป็น
ในการ Convert .. ซึ่งเรา สามารถ Download มันได้ จากที่นี่ ครับ (โหลดตัวบนสุด)
 
 
(รูปนี้จิ๊กเขามาครับ)
 
พอโหลดมา Unzip เราจะได้โฟลเดอร์ที่มีไฟล์ชื่อ "lame.exe" ข้างในก็เอาทั้งโฟลเดอร์ไปเก็บไว้ใน
โฟลเดอร์ที่ติดตั้ง foobar แล้วกลับมาที่โปรแกรม foobar จากนั้นเราก็ Browse ไปที่ตัว lame.exe ได้เลยครับ
แล้ว foobar ก็จะเริ่มทำการ Convert ให้เราทันที (ครั้งต่อไปไม่ต้อง Browse แล้วตราบที่ lame.exe ยังอยู่ที่เดิม)
แล้วเราก็ รอ ร๊อ รอ จนกระทั่ง Convert เสร็จแล้วก็ไปส่องโฟลเดอร์ที่เลือกเป็นที่เก็บไว้ได้เลยครับ
 
 
 
 
ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดเกิดขึ้น เราก็จะได้ไฟล์ mp3 มาแล้วครับ
จะเอาไปทำอะไรต่อก็ได้แบบที่ทำกับไฟล์ mp3 ปกติเช่นเคย ^^
 
จบเรื่องการแปลงไฟล์ wav+cue เป็น .mp3 ครับ
.. ต่อเรื่องการแปลงเป็น FLAC เลยเนาะ
 
= - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - =
 
WAV to FLAC
 
มาถึงเรื่องต่อไปคือการแปลงไฟล์ที่ RIP มา แบบ wav ให้เป็น .flac ครับ
 
note : flac = Free Lossless Audio Codec เป็นนามสกุลที่ค่อนข้างใหม่และยังไม่แพร่หลาย
เท่าแบบ .mp3 อันเก่าแก่ แต่เป็นไฟล์เพลงที่มีคุณภาพสูงมากเทียบเท่าแบบ wav เพราะเป็น
ไฟล์ที่ Convert โดยไม่สูญเสียคุณภาพ (Lossless) แต่ mp3 จะเป็นแบบสูญเสีย (lossy) โดย
ไฟล์ .flac จะมีขนาดที่เล็กกว่าแบบ wav และ มี Bitrate ต่อไฟล์เฉลี่ย ประมาณ 1000 ~ 1200 kbps
 
ก่อนที่เราจะทำการ Convert ไฟล์ wav ให้เป็น .flac นั้นเราต้องโหลดตัว
Encoder ที่จำเป็นอีกหนึ่งตัวซึงสามารถโหลดได้จาก ที่นี่ ครับ
(จะมี หลายแบบสำหรับหลาย OS ถ้าใช้ Window ก็โหลด "FLAC for Windows with installer" ครับ)
 
 
 
 
เมื่อโหลดมาติดตั้งแล้ว (ติดตั้งไว้ C:\Program Files\ ตามปกตินี่ล่ะครับ)
ก็จะได้ประมาณนี้ครับ.. ไฟล์ที่จำเป็นหับเราคือ "flac.exe" ที่ตีกรอบไว้ในรูปนั่นเอง
 
...
 
ต่อไปก็จะเริ่มทำการ Convert กันล่ะ.. ซึ่งก็ขอบอกอีกทีว่าการแปลงเป็น .flac นี้
เราใช้ EAC ทำก็ได้ แต่ผมไม่ชอบเพราะมันดูยุ่งยากครับ.. ดังนั้นเราก็จะกลับมาใช้
โปรแกรมหากินก็คือ foobar2000 อีกครั้งครับ..
 
เปิดโปรแกรมขึ้นมาแล้วลากไฟล์ cue sheet ใส่
Ctrl + A, คลิ๊กขวา แล้วก็เลือกฟังก์ชั่น Convert + "..." เหมือนเดิมได้เลยครับ
 
 
 
 
เมื่อเข้าในหน้านี้แล้ว สิ่งที่เราต้องทำนั้นก็เหมือนๆ กับการแปลงเป็น .mp3 ครับ
ต่างตรง Output format เท่านั้น.. ในที่นี้ก็ให้เราเลือก FLAC แล้วกด ปุ่ม ... ทางขวาอีกทีครับ
 
 
 
 
เมื่อกดแล้วเราจะโผล่มาที่หน้าต่างนี้.. ให้เราลากขีดไปขวาสุด เป็น level 8
เพื่อให้ขนาดของไฟล์เล็กที่สุด (คุณภาพเท่ากันหมดครับ).. ในขั้นตอนนี้
โปรแกรมจะถามหา FLAC Encoder ด้วย ..เราก็จัดการ Browse ไปที่ flac.exe
จากที่เราโหลดมาติดตั้งเมื่อครู่ได้เลย
 
 
(รูปนี้จิ๊กเขามาครับ)
 
พอกด Open แล้ว.. จัดการปรับขีดเสร็จแล้ว
ก็กด OK เพื่อกลับหน้าเดิมได้เลยครับ
 
...
 
เมื่อลับมาหน้าเดิมเราก็จัดการส่วนอื่นๆ ซึ่งทำเหมือนการแปลงเป็น .mp3
เมื่อตรวจสอบอะไรเสร็จก็กด OK แล้วก็รอ ร๊อ รอ ได้เลยครับ
 
 
 
เมื่อ Convert เสร็จ เราก็ไปส่องโฟลเดอร์ที่เลือกเป็นที่เก็บเอาไว้ได้เลย..
ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เราก็จะได้ไฟล์เพลงแบบ flac อันสุดยอดมาแล้วครับ Undecided
 
Ps. ไฟล์แบบ mp3 , mp4 , ogg , midi ไม่สามารถเอามาแปลงเป็น flac ได้นะครับ
ตามหลักการไฟล์ต้นแบบที่คุณภาพต่ำกว่าไม่สามารถแปลงให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้น่ะครับ
(ไฟล์แบบนี้ยิ่งแปลงมันยิ่ง Loss น่ะ Foot in mouth)
 
จบเรื่องการแปลงไฟล์ wav+cue ให้เป็นนามสกุล .flac ครับ
 
= - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - =
 
มาถึงเรื่องสุดท้ายนั่นก็คือ..
สำหรับนักแจก "ไม้ผลัดที่สอง" นั้น มักจะเจอกรณีไฟล์เพลงที่ "ไม้ผลัดที่หนึ่ง" ส่งมาให้
ไม่ได้เป็นนามสกุล wav มาแต่แรก.. ก็เป็นงานของ ไม้ผลัดที่สองที่จะจัดการให้มันกลายเป็น
wav ซะ ก่อนที่จะเอาไปทำอะไรๆ ต่อ
(ที่จริงมีวิธีที่ทำให้เอาไปใช้ได้เลยโดยไม่ต้องแปลง แต่ถ้าเป็น wav แล้วมันจะทำอะไรๆ ได้กว้างขึ้น)
 
สำหรับเคสที่จะยกมาอธิบายนั้น เป็นเคสที่จะพบบ่อยที่สุด 3 อันดับนั่นก็คือ
ไฟล์ที่ไม้ผลัดที่หนึ่ง ส่งมาให้เป็นนามสกุล .tak , .tta และ .ape (ทุกอันต้องมี cue sheet นะ)
งั้นจะขออธิบายไปทีละแบบเลยนะครับ
 
= - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - =
 
TAK to WAV
 
ไฟล์ .tak ซึ่งมีนามกรเต็มๆ ว่า "Tom's Lossless Audio Kompressor" นี้ ผมไม่ได้
อ่านประวัติว่าเป็นมายังไง แต่รู้สึกจะเป็นไฟล์ที่ RIP โดยใช้ Linux ครับ
สำหรับไฟล์ .tak นี้ผมจะใช้ไฟล์ที่ผมโหลดมาตัวนึงเป็นตัวอย่างแทนนะครับ
โดยจะขอเลือกอัลบั้มนี้...
 
 
..
 
 
เมื่อส่องดูในโฟลเดอร์ก็จะเจอไฟล์อันใหญ่ๆ ไฟล์นึงอยู่
โดยเมื่อใช้ Properties Plus ดู ก็จะเห็นว่ามันนามสกุล .tak
แล้วเราก็จะส่องในโฟลเดอร์ ETEP-1008T ที่อยู่ทางซ้ายซะหน่อย
 
 
 
เมื่อเปิดเข้ามาดูก็จะพบไฟล์ cue sheet อยู่ถึง 3 อัน 
ตรงนี้ไม่มีอะไรมากครับ เขาเขียนบอกไว้ให้แล้วว่าอันไหนใช้กับอะไร
อันซ้ายสุดและชื่อสั้นที่สุดคือ ETEP-1008T นี้จะเอาไว้ใช้กับไฟล์ wav ครับ
ส่วนอันที่มี TAG ต่อท้ายนี่่ก็เอาไว้ใช้กับ wav เหมือนกัน ส่วนขวาสุดก็คือมี TAK
ต่อท้าย.. อันนี้เราจะเอาไว้ใช้ฟังกับ ไฟล์ .tak ที่อยู่ด้านนอกครับ
 
 
 
ถ้าเราต้องการฟังทั้งๆ แบบ .tak เลย ก็ให้ Copy หรือลาก cue sheet ที่มี TAK ต่อท้ายมาไว้ด้านนอก
ที่เดียวกับไฟล์ tak (ตามหลักการที่ว่าไฟล์ cue sheet กับ ไฟล์ RIP ต้องอยู่ที่เดียวกันถึงเปิดได้ครับ)
เวลาเปิดก็ให้ลากไฟล์ cue sheet ใส่โปรแกรม foobar2000 ครับ (โปรแกรมอื่นไม่ค่อยจะใช้ฟังได้)
 
 
 
แต่ก่อนที่จะลากใส่เราต้องโหลดตัว TAK Decoder มาเสริมให้กับ foobar2000 ก่อนนะครับ
เพราะ foobar2000 ไม่สามารถฟังได้ตั้งแต่แรกครับ (โหลดมา Unzip วางในโฟลเดอร์ foobar ก็เสร็จ)
 
และแน่นอนว่าในเมื่อมันใช้ foobar2000 เปิดฟังได้ 
การจะแปลงไฟล์ให้เป็น .mp3 หรือ .flac ณ ตอนนี้เลยก็ย่อมทำได้ครับ
 
...
 
สำหรับการแปลงไฟล์ .tak ให้เป็น wav นั้น.. ต้องใช้อุปกรณ์อีกตัวในการแปลงครับ
มันคือโปรแกรมที่ชื่อ TAK2.0.0 โดยภายในมันจะมี Tool อยู่หลายตัวโหลดได้ ที่นี่ ครับ
 
 
 
พอจัดการ Unzip แล้วเปิดดูข้างในจะพบโฟลเดอร์ย่อยหลายตัวแต่ที่เราจะใช้
อยู่ในโฟลเดอร์ชื่อ Applications ครับ เปิดเข้าไปเลย
 
 
พอเปิดเข้ามาจะพบไฟล์หลายๆ ตัว ที่เราจะใช้คือตัวในรูปครับ
เปิดขึ้นมาได้เลย
 
 
พอเปิดขึ้นมาจะพบหน้าต่างโปรแกรมเล็กๆ แบบนี้ ให้กด Decompress ครับ
 
 
 
 
จะพบหน้าต่างแบบนี้ให้กด Add files แล้ว Browse ไปที่ ไฟล์ .tak ที่เราต้องการครับ
พอ Browse แล้วก็กดปุ่ม Decompress ได้เลยไม่ต้องยั้งคิด จากนั้นก็รอจนเสร็จ
แล้วก็กลับไปส่องโฟลเดอร์ที่มีไฟล์ .tak อยู่อีกที
 
 
 
ถ้าไม่มีสิ่งใดผิดพลาดก็จะพบว่ามีไฟล์เพิ่มขึ้นมา 1 ไฟล์ พอใช้ Properties Plus
ส่องดูก็จะพบว่ามันมีนามสกุล wav ครับ.. แล้วเราก็สามารถเอาไฟล์ cue sheet
สำหรับใช้กับไฟล์ wav มาใช้คู่กันได้เลย.. เท่านี้ล่ะครับ
 
จบเรื่องการแปลงไฟล์ .tak ให้เป็น .wav ครับ
 
= - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - =
 
APE to WAV

ไฟล์ .ape นั้นเป็นไฟล์ประเภท Lossless ของค่าย Monkey Audio's ครับ
(ape เป็นคำไม่เป็นทางการแปลว่ามนุษย์ลิงได้ครับ.. เข้าใจตั้งดีนะ)
 
สำหรับการเปิดฟังนั้นก็คล้ายๆ .tak ครับ คือใช้ foobar2000 ฟังก็ได้ (โปรแกรมสากกะเบือยันเรือรบจริงๆ)
โดยโหลดตัวเสริม คือ Monkey's Audio Decoder มาวางในโฟลเดอร์ชื่อ components
ซึ่งอยู่ในโฟลเดอร์ที่ที่ติดตั้ง foobar2000.. แล้วลาก cue sheet ไปวางใส่ในหน้าโปรแกรมเหมือนเดิม..
 
และ หากต้องการแปลงไฟล์ให้เป็น .mp3 หรือ .flac ก็สามารถทำได้เลย เช่นกัน
...
 
สำหรับการแปลงไฟล์ .ape ให้เป็น .wav ก็จะขอยกตัวอย่างโดยใช้ไฟล์
ที่ผมโหลดมา(ดอง) เช่นเคยครับ คืออันนี้
 
 
 
 
เมื่อเรา Unzip ออกมาแล้วส่องเข้าไปในโฟลเดอร์ ก็จะพบกับไฟล์ดังนี้..
 
 
 
ดังที่เห็นก็คือจะมีไฟล์ที่ Rip มา เมื่อส่องดูก็จะเห็นว่านามสกุล .ape
พร้อมกับมีไฟล์ cue sheet หลายอัน.. ซึ่งก็คล้ายๆ กับกรณีไฟล์ TAK ครับ
แบบสั้นที่สุด และแบบมี TAG ต่อท้าย ใช้กับไฟล์ .wav ส่วนแบบมี APE ต่อท้าย
ก็ใช้กับ ไฟล์ Rip แบบ .ape
 
การจะแปลงมันให้เป็น .ape นั้น.. ทำได้ 2 วิธีครับ
วิธีแรกก็คือใช้โปรแกรมของทาง Monkey's  Audio โดยตรง (โหลดมาติดตั้งละใช้ฟังก์ชั่น Decompress)
อีกวิธีก็คือแบบง่ายสุด คือใช้ foobar2000 (อีกแล้ว) ครับ.. ซึ่งวิธีการอันแสนง่ายดายนั้นก็เพียงแค่..
 
 
 
ลากไฟล์ .ape ใหญ่ๆ นั่นไปวางใน foobar2000 (ต้องลงตัวเสริม Monkey's Audio Decoder แล้วนะ)
จากนั้นก็เสตปเดิมครับ .. คลิ๊กขวา > Convert > "..."
 
 
 
เมื่อเข้ามาในหน้า Converter Setup ก็แค่ตั้งตรง Output format 
ให้เป็น WAV ส่วนอื่นๆ ก็เหมือนเดิม จากนั้นกด OK เท่านี้ล่ะครับ
 
 
 
 
เมื่อกลับไปส่องดูโฟลเดอร์ที่ปลายทาง (แล้วแต่ว่าว่าจะเก็บไว้ที่ไหน)
ก็จะได้ไฟล์ RIP แบบ .wav มาพร้อมใช้งานคู่กับ cue sheet ที่มีอยู่ได้เลยครับ
 
จบเรื่องการแปลงไฟล์ .ape ให้เป็น .wav ครับ
 
= - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - =
 
TTA to WAV
 
สำหรับโจทย์ข้อสุดท้ายก็คือไฟล์ .tta ซึ่งมันมีความเป็นมายังไง อันนั้นช่างมันเถอะ
ไฟล์ตัวนี้ก็เช่นเคยครับ สามารถเปิดฟังได้โดยใช้ foobar2000 แต่ทว่าต้องโหลด Plug-in
มาก่อน.. ซึ่งสามารถโหลดได้จาก ที่นี่ ครับ (เลือกโหลดให้ตรงรุ่นโปรแกรมที่ใช้ด้วยนะ)
 
สำหรับตัวอย่างที่ใช้ก็เหมือนเดิมคือ ไฟล์ที่ผมโหลดมาดองครับ 
 
 
 
เมื่อลอง Unzip แล้วส่องดูก็จะพบกับ..
 
 
 
 
แพทเทินรูปแบบเดิมครับ.. มีไฟล์ RIP แบบ .tta แล้วมี cue sheet สำหรับ
ใช้ทั้งกับ .tta และ wav
 
สำหรับการแปลงไฟล์ .tta เป็น .wav นั้น ไม่อยากจะพูดแบบมักง่ายเท่าไหร่
แต่ว่ามันใช้วิธีเดียวกับ .ape ได้เลยน่ะครับ
 
จับไฟล์ .tta โยนใส่ foolbar2000 แล้ว Convert เป็น WAV ซะ.. เท่านั้นเอง
ให้อธิบายมากกว่านี้ก็เหมือนฉายหนังซ้ำน่ะครับ  ขอละไว้ดีกว่า..
อ่านเอาจาก APE to WAV ข้างบนได้เลยครับ
 
จบเรื่องการแปลงไฟล์ .ape ให้เป็น .wav ครับ
 
= - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - =
 
CUE SHEET TIPS
 
ในส่วนนี้เป็นของแถมส่งท้ายครับ..
คือ.. ในบางทีมันจะมีกรณีที่ ไฟล์ที่เราโหลดมา ไม่ได้มี Cue Sheet แบบครบเครื่อง
แบบที่ผมยกมาเป็นตัวอย่างนะครับ อาจจะมีแค่ Cue Sheet สำหรับไฟล์ .tak หรือ .ape .tta
เท่านั้น.. อะไรอย่างนั้น ซึ่งผลก็คือแปลงเป็น .wav แล้วไม่มี Cue Sheet ใช้
 
ตรงนี้จะมีวิธีแก้ไข ที่ออกแนวกวนทีน (จริงๆ) อยู่วิธีหนึ่งครับ
โดยจะขอสาธิตกับไฟล์ที่ผมโหลดมาดอง (อีกแล้ว) เช่นเคย
 
 
 
 
เมื่อลอง Unzip แล้วส่องภายในโฟลเดอร์ก็จะพบว่า..
 
 
มีไฟล์อยู่แค่สองไฟล์เท่าที่เห็น (จริงๆ)
อ้าว แบบนี้ถ้าแปลงเป็น wav ก็ไม่มี Cue Sheet ใช้น่ะสิ.. ก็ถูกครับ
แต่อย่างที่บอกครับว่ามันมีวิธีแก้เคล็ด.. จับไฟล์ .tta แปลงเป็น .wav โลดเลยครับ ไม่ต้องลังเลไม่ต้องเมตตา
 
 
 
เมื่อได้ไฟล์ .wav มาแล้ว ให้เราคลิ๊กขวาที่ไฟล์ Cue Sheet แล้วเลือกเปิดด้วย Notepad
(ถ้าไม่มี Notepad ให้เลือกก็กด Choose Program ไปเลือกเองได้ครับ)
 
 
 
เมื่อเปิดขึ้นมาด้วย Notepad แล้วดูตรงบรรทัดไฟล์ เราจะเห็นว่า
มันถูกเขียนไว้ให้ทำง่านคู่กับไฟล์ชื่อ "uni.オリジナルサウンドトラック.tta"
ดังนั้นสิ่งที่เราต้องทำก็คือ..... อย่างที่คิดนั่นล่ะครับ
 
 
 
 
จัดการแก้ .tta ให้เป็น .wav ซะ !! ... จากนั้นก็ Save แล้วปิดได้เลยครับ
ซึ่งผลลัพธ์เมื่อเอาไฟล์ Cue Sheet ไปเปิดก็คือ..
 
 
 
เปิดฟังได้ซะงั้นล่ะครับ.. (กวนดีไหมล่ะ) ฮะ ๆ
 
จบเรื่อง Cue Sheet Tips ครับ
 
= - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - =
 
... Entry นี้
เป็น Entry ประเภท How to ที่ไม่รู้จะมีใครได้เอาไปใช้ไหม
เพราะโดยส่วนใหญ่คิด(เอาเอง)ว่าคงจะโหลดจากปลายทางที่เขา
แปลงเป็น .mp3 หรือ .flac เอาไว้แล้ว.. แต่ก็อยากจะสาธยาย
เผื่อไว้กรณีท่านๆ ไปเจอกรณีที่สาธยายใน Blog ขึ้นมาก็จะได้
จัดการได้อย่างไม่เคอะเขิน น่ะนะครับ (เริ่มพูดจาไม่รู้เรื่องละ)
 
.. ตอนนี้.. จขบ. กำลังจะสอบอีกแล้ว
ก็เหมือนเดิมครับ.. เหมือนเดิมทั้งปีนั่นล่ะ (ฮะ ๆ)
คือคงอัพ Blog ไม่ค่อยถี่นัก ตอนนี้กำลังพยายามเร่งปั่นซับ
OreImo ให้ทางทีมแต่ก็เร่งไม่ค่อยขึ้นเท่าไหร่ รู้สึกแย่จัง..
 
อีกเรื่องคือตอนนี้กำลังพยายามทำอะไรบางอย่าง
ไว้เป็น Entry ของขวัญรับปีใหม่ที่ใกล้จะมาถึงนี้แล้ว
จะได้หรือไม่ยังไง.. ปีหน้ารู้กันครับ
 
...
 
สำหรับ Entry นี้ ก็คงมีเรื่องพูดคุยเพียงเท่านี้
แล้วพบกันใหม่ Entry หน้าครับ
 
(ขอบพระคุณทุก ๆ ท่านที่เข้าชม Blog พิลึก ๆ นี้เช่นเคยครับ Cool)
 

Comment

Comment:

Tweet

ลูกสาวอยากได้เพลงประกอบการ์ตูนในyoutureมันทำได้เป็นบ้างเพลงมีคำแนะนำบ้างไหมค่ะว่าทำอย่างไรจึงจะได้ทั้งหมด

#39 By สิริพร (103.7.57.18|171.96.17.81) on 2013-01-30 14:21

Did you know something about custom writing organizations? Did you realize such experts were abe to accomplish custom papers of high quality. So, you had to use essays buy options to become the best.

#38 By buy research paper cheap (103.7.57.18|31.184.238.21) on 2012-07-06 09:08

The professors like to examine the writing skills, hence, people must opt for dissertation writing service to order dissertation tips. In this way you substantiate the academic grade. And also you have to take custom thesis.

#37 By custom dissertation (91.212.226.136) on 2012-04-07 12:21

With your help students know something just about dissertation service! Moreover they order the superb economics thesis just about this good post from the thesis writing.

#36 By thesis writing (91.212.226.136) on 2012-02-28 09:18

I guess that that is executable to visit this site, because here simply scholars would notice the cool theme referring to this topic. Thence, the thesis service could utilize that for thesis proposal making.

#35 By thesis writing (91.212.226.136) on 2012-02-28 09:17

Some years ago I did not hear words like back links! Guys developed best seo services not long time ago! Nevertheless, these services gained popularity. I think it is Okey to try optimization options.

#34 By seo companies (91.212.226.136) on 2012-02-23 03:57

#33 By (91.212.226.136) on 2012-02-18 19:25

#32 By (91.212.226.136) on 2012-02-18 19:25

#31 By (91.212.226.136) on 2012-02-18 19:24

#30 By (91.212.226.136) on 2012-02-18 19:24

Some guys can't stop using somebody's thought for their own stuff. But, you can avoid copied stuff in order to save your reputation. Hence, usually use plagiarism check.

#29 By plagiarism checker (91.212.226.136) on 2012-02-18 19:23

#28 By (91.212.226.136) on 2012-02-11 23:45

#27 By (91.212.226.136) on 2012-02-11 23:44

#26 By (91.212.226.136) on 2012-02-11 23:43

If you are people who are not able to deal with their university assignments by their own for that reason high quality jobs writing is available for you here!

#25 By jobs writing (91.212.226.136) on 2012-02-11 23:43

Specialists say that business loans aid people to live the way they want, just because they are able to feel free to buy needed things. Furthermore, a lot of banks present financial loan for different persons.

#24 By credit loans (31.184.236.16) on 2011-12-17 20:29

#23 By (210.1.31.28) on 2011-09-28 00:32

#22 By (210.1.31.28) on 2011-09-28 00:31

#21 By (210.1.31.28) on 2011-09-28 00:31

If you try to find place where you can get professional resume service here is very super-duper place for you about this topic, which add examples and gives an befalling to learn how make great CV resumes . But this site is more beautiful, and more important.

#20 By buy resume (210.1.31.28) on 2011-09-28 00:29

I guess that to receive the <a href="http://bestfinance-blog.com">loan</a> from creditors you must have a great reason. Nevertheless, once I have received a short term loan, because I wanted to buy a bike.

#12 By LYNDARosa23 (188.143.232.199) on 2011-07-19 11:47

rr ย่อมาจาก Recovery Record ครับผม
ส่วนของรายละเอียด อ่านได้จากลิ้งค์นี้ครับ double wink
http://www.duckload.us/forum/showthread.php?627-%C7%D4%B8%D5%E3%CA%E8-Recovery-Record-%C7%D4%B8%D5%E1%B5%A1%E4%BF%C5%EC-.rar-%E3%CB%E9%E3%AA%E9%E4%B4%E9-%E1%B9%D0%B9%D3%E3%CB%E9%CD%E8%D2%B9

#11 By タナカ on 2011-01-30 21:57

อยากทราบว่า rr5 มันคืออะไรอ่ะครับ
โหลดมาตั้งเยอะแต่ดันไม่รู้ซะงั้น

#10 By เลือดเดือด (161.246.254.165) on 2011-01-30 04:45

สามารถแปลง .flac ให้กลับเป็น .wav หรือ .mp3
ได้ โดยการใช้ foolbar2000 ด้วยวิธีเดียวกับการ
แปลง wav เป็น mp3 รึ flac ใน Entry นี้เลยครับ

เวลาจะไรท์ลงแผ่นก็ใช้วิธีเดียวกับการไรท์แผ่น
Audio ทั่วไปที่ท่านเคยทำได้เลยครับ surprised smile

#9 By タナカ on 2011-01-06 17:44

ผมจะแปลง .flac กลับไปเป็นออดิโอ เพิ่อไรท์ลงซีดี เปิดกับเครือ่งเล่น cd ธรรมดา ทำได้ไหมครับรบกวนท่านช่วยให้ความรู้ด้วยครับ

#8 By kk (110.164.64.198) on 2011-01-06 17:24

อ้อ... ขอบคุณสำหรับการแนะนำครับผมbig smile

#7 By Kunizan on 2010-12-21 08:37

อา.. สาวเฮดโฟนผมชมพูคนนี้ชื่อ Sonico ครับ
(เต็มๆ คือ Super-Sonico)เดิมทีเป็นเหมือน
มาสคอตของค่าย Nitro+ ที่ชอบไปโผล่ตามเกมนั้น
เกมนี้ของค่ายแบบไม่มีเหตุผล (เช่นโผล่ในฝันพระเอก)
แต่ด้วยความที่ออกแบบมาได้โดนมากๆก็เลยได้รับการดัน
จนดัง มีเกมมีสินค้าออกมาหลายอย่างดังที่เห็นในปัจจุบัน
ครับ.. นี้เว็บ official ครับ
http://supersonico.jp/

#6 By タナカ on 2010-12-20 20:16

ขอบคุณสำหรับข้อมูลด้านโปรแกรมนะครับ ชอบเล่นด้านนี้อยู่แล้วด้วย
แล้วก็รูปตัวการ์ตูนผู้หญิงผมชมพูนั่นตอนนี้เห็นกำลังออกมาดังด้วย เพลงเธอก็เพราะด้วย มีข้อมูลชื่อและอื่น ๆ ของเธอหรือเปล่าครับ?

#5 By Kunizan on 2010-12-20 06:55

ได้ความรู้ใหม่อื้อซ่าเลยไว้ว่างๆละลองทำดูนะคะขอบคุณที่นำความรู้เล็กๆมาแบ่งปันกันนะคะ cry

#4 By kuroneko13th on 2010-12-19 19:40

มีประโยชน์สุดๆสำหรับคนแปลงแบบงูๆปลาๆอย่างผมมากเลย

ขอบคุณมากครับ confused smile

#3 By yuki-tuki on 2010-12-19 08:55

Hot! Hot! Hot!
สุดยอดมากฮะ
ผมทำเป็นแต่ WAV มา MP3 แหะ sad smile
แต่จากแผ่นมา WAV นี้ยังไม่เคยลองเลย >w<

#2 By デス★クロス on 2010-12-19 08:52

อันแรกๆ เคยลองทำมาแล้วครับ..
แต่cue ผมก็พึ่งจะเข้าใจก็วันนี้ละ
แล้วจะลองเอาไปใช้ดูครับ cry
Hot!

#1 By wise on 2010-12-19 02:04