สวัสดีครับ
 
Entry นี้พานอกเรื่องกับหมวด etc อีกครั้ง
โดยครั้งนี้จะว่าด้วยเรื่องของการแปลงไฟล์ Audio หรือก็คือเพลง
ซึ่ง.. เป็นเรื่องที่อยู่นอกเหนือกิจวัตรของผู้ที่โหลด
ไฟล์เพลงแบบ .mp3 มาฟังครับ.. (มิได้ว่าอะไรใครนะจ๊ะ)
 
เพราะที่เราจะพูดถึงในคราวนี้เป็นเรื่องประมาณว่า "กว่าจะมาเป็น เพลงให้โหลด"
หรืออะไรทำนองนั้นครับ.. เผื่อบางท่านอยากจะรู้ว่าคนที่เขาแจกเพลงอนิเมะกันตามเว็บ
หรือตามบิท นี่เขาทำอะไรยังไงกัน .. แต่ว่าตามตรง ผมก็ไม่ทราบหรอกครับ
ว่าเขาใช้วิธีไหน.. แต่ก็จะสาธยายถึงวิธีที่ให้ผลลัพธ์ได้เหมือนกัน.. ประมาณว่า
"คุณเองก็เป็นตัวจริงได้" เลยทีเดียว.. (นอกจาก .mp3 ยังมี .flac อีกด้วย)
 
งั้นก็.. ไปดูกัน (นะ)
Ps. Entry นี้อ่านชิวๆ คิดซะว่าดูรายการเคโรโระนอกกะลาอยู่ก็ได้ครับ Money mouth
Ps. อะไรต่างๆ ที่นำมาเล่าเป็นเรื่องในวงการของฝั่งญี่ปุ่นนะครับ (ของไทยรึเกาหลีนี่ไม่ทราบเลย)
note : คำอธิบายภาพอยู่ใต้ภาพครับ
 
= - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - =
 
AUDIO CD to WAV
 
ก่อนอื่น.. การจะมีเพลงมาเป็นไฟล์ให้เราโหลดกันได้
แน่นอนว่าต้องมีแผ่นเพลงตัวต้นฉบับ รวมทั้งมีผู้ใจบุญ
ที่จะเอามันมาแปลงเป็นไฟล์ข้อมูลแจกลง'เน็ตเสียก่อน
ซึ่ง ณ ที่นี้จะขอเรียกว่า "ไม้ผลัดที่หนึ่ง" ครับ (อันนี้ จขบ. ทำเป็นตัวอย่างเฉยๆ)
 
 
 
 
เพื่อความสะดวกในขั้นแรกจะขอใช้ตัวอย่างใกล้ๆ ตัว
คืออัลบั้ม OST ของ "อีกกี่ไมล์จึงไปถึงเส้นขอบฟ้า" นี้ครับ (ใช้รูปเก่าซะเลย)
 
...
 
 
ว่าแล้วก็ใส่แผ่นเข้าเครื่องไปซะ.. (ยังอุตส่าห์ถ่ายจริงๆ)
 
...
 
หลังจากใส่แผ่นเข้าเครื่องแล้วเราก็จะเริ่มการ Extract ข้อมูลในแผ่น
ให้กลายเป็นไฟล์ข้อมูลซะ.. โดยการใช้โปรแกรมที่มีชื่อว่า
Exact Audio Copy (ย่อๆ ว่า EAC) ครับ เป็นโปรแกรมจัดการแผ่นเพลง
 
 
 
เมื่อติดตั้งเสร็จแล้วเราก็เปิดมันขึ้นมาได้เลย
โปรแกรมนี้เป็น Freeware ไม่ต้องใช้ยาแก้ไอ แต่ต้องการ Plug-in สำหรับการใช้ฟังก์ชั่น
Convert เป็น .mp3 หรือ .flac โดยตรง รวมทั้งต้องมีการตั้งค่าหลายๆ อย่างก่อนเริ่มใช้งาน
ซึ่งส่วนการตั้งค่าขอให้อ่านจาก ที่นี่ ครับ สอนไว้ได้อย่างละเอียดมากมาย
 
 
 
 
เมื่อเปิดโปรแกรมขึ้นมา (โดยในไดร์ฟ CD/DVD มีแผ่นใส่อยู่)
ก็จะขึ้นหน้าจอตามรูปครับ.. ซึ่ง ณ ขั้นตอนนี้ท่านผู้ใจบุญ
มีสองทางแยกให้เลือกตอบ (นึกภาพประมาณกำลังเล่น Visual Novel)
- แปลงเป็นข้อมูลทันทีเลย
- ใส่ข้อมูลของแผ่นก่อนที่จะแปลง
 
ถ้าตอบแบบแรกก็จะจบได้อย่างมากคือแบบ Normal End ครับ
ส่วนแบบที่สองจะเป็นการช่วยผู้ที่จะเอาไปใช้ต่อให้ทำอะไร ๆ
ใน "ผลัดที่สอง"ได้เร็วขึ้นครับ.. ซึ่งโดยมากแล้วเขาจะใส่กันนะ
ดังนั้นจขบ. ก็จะเลือกข้อสองโดยใส่ให้หมดเท่าที่จะใส่ได้.. (เป็นตัวอย่างด้วย)
 
...
 
 
 
เมื่อกรอกข้อมูลเสร็จหมดแล้ว
ก็กดปุ่ม Alt + F7 เพื่อทำการ Rip ทั้งแผ่น รวมทั้งสร้าง "cue Sheet" ด้วย
(cue Sheet นี่สำคัญมากครับ เป็นพระเอกของงานเลยทีเดียว)
 
note : WAV ย่อจาก Waveform Audio FileFormat) เป็นไฟล์ข้อมูลเสียงเพลง
ที่คุณภาพสูงสุดที่ใช้กับ Window ครอบคลุมคลื่นความถี่เสียงทั้งหมดทำให้คุณภาพ
เสียงดีมากๆ ราวกับฟังด้วยแผ่นเพลงต้นฉบับ Bitrate รวมอยู่ที่ 1411 kbps ซึ่งสูงที่สุด
ส่วน mp3 นั้นจะมี Bitrate อยู่ที่ 32 ~ 320 kbps เท่านั้นแต่ข้อเสียของไฟล์ wav คือ
มีขนาดใหญ่มากๆ (เทียบขนาดต่อ Track มากกว่า mp3 ประมาณ  5~10 เท่า)
 
 
 
เมื่อกดแล้วก็ให้เลือกที่เก็บและตั้งชื่อ.. ตรงนี้จะตั้งชื่ออะไรก็ตามใจ
(ในหมู่ผู้แจก รู้สึกจะมีวิธีการตั้งอยู่ ซึ่งจขบ.มิทราบถึงขั้นนั้น)
 
เมื่อกด Save ก็รอจนกระทั้งเสร็จกระบวนการ
เราก็ไปยังโฟลเดอร์ที่เลือกเป็นที่เก็บไว้เมื่อครู่เพื่อดูผลงาน
(ตอน Rip เสร็จ จะมีเสียงชวนตกใจด้วย)
 
 
 เมื่อดูในโฟลเดอร์ที่เก็บไฟล์ไว้..
หากไม่มีสิ่งใดผิดพลาด ก็จะพบกับไฟล์ 3 ตัวคือ
1. cue sheet - เป็นไฟล์เล็กๆ ที่บรรจุข้อมูลไฟล์ต่างๆ wav ใช้ในการจำลอง Image File
และเอาไว้ใช้เล่นกับโปรแกรมฟังเพลง
2. ไฟล์ .wav - เป็นไฟล์ Audio ที่ Rip มาจากแผ่นต้นฉบับภายในไฟล์นี้จะมี Track ทั้งหมดอยู่
ซึ่งจะเล่นแบบแยก Track ไม่ได้ ถ้าไม่เล่นผ่าน cue sheet
3. log file จากการ Rip (ไฟล์นี้คนแจกมักจะใส่ไปด้วยเวลาแจก)
 
ณ ตรงนี้ ผู้ใจบุญก็จะมาถึงทางแยกอีกครั้งคือ
- แจกเลย
- สแกน Booklet, ปกอัลบั้ม ด้วย
 
ตรงนี้ถ้าเลือกข้อแรกก็จะจบแบบ Normal End ครับ.. ถ้าเลือกข้อสองก็จะจบ
แบบ Good End เลย (คือแจกครบทุกอย่างเสร็จสรรพ) ซึ่งจะเลือกแบบใดก็
อยู่ที่คนแจกครับว่ามีเครื่องสแกนไหม แล้วอยากทำหรือเปล่า..
 
แล้วสุดท้ายก็คือ ยัดใส่ไฟล์ Zip ตั้งชื่อไฟล์ .. ซึ่งเรื่องของการตั้งชื่อไฟล์เนี่ย
เขาจะมีธรรมเนียมการตั้งเฉพาะอยู่.. โดยจะขออธิบายโดยใช้ไฟล์ที่ผมโหลดมาเป็นตัวอย่างครับ
 
 
 
 
สังเกตจากการตั้งชื่อ..
ในด้านหน้า ถ้ามี [EAC] อยู่ก็คือ เขาใช้ EAC ในการ Rip ครับ
แต่ถึงไม่เขียนไว้ โดยส่วนใหญ่ก็จะใช้ EAC ในการ Rip นั่นล่ะครับ
(บางคนเข้าใจไปว่า EAC คือชื่อ "ยี่ห้อ" ของคนแจกอีกตะหาก)
 
ส่วนวงเล็บด้านหลัง จะเป็นรายละเอียด Format ของไฟล์ที่แจกมา คือ
"นามสกุลไฟล์ที่RIPมา" + "cue sheet" + "นามสกุลของสแกน(ถ้ามี)"
 
.. จะสังเกตได้ว่าตรง "นามสกุลไฟล์ที่ RIPมา" มันไม่ได้มีแต่ wav เท่านั้น
แต่มีทั้ง tak , tta , ape ด้วย .. ซึ่งทั้งสามอย่างเป็นไฟล์ RIP จากแผ่นเช่นเดียวกันครับ
แต่ RIP มาต่าง Format กัน .. ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของ "ไม้ผลัดที่สอง" ที่จะทำให้มัน
กลายเป็น .mp3 และ/หรือ .flac ต่อไปครับ.. หมดหน้าที่ของ "ไม้ผลัดที่หนึ่ง" เพียงเท่านี้
 
Ps. อาจจะมีคำถามว่า แล้วทำไมคนที่มีแผ่นถึงไม่จัดการแปลงเป็น mp3 รึ flac ให้เสร็จซะเลย
ก็คงต้องบอกว่า การแจกแบบนี้จะรองรับผู้ที่อยากไรท์ไฟล์ที่ RIP มากลับไปเป็นแผ่นอีกครั้งได้
ด้วยน่ะครับ และถึงเขาไม่ทำก็มี คนที่อยู่ ไม้ผลัดสอง รอทำให้อยู่แล้วโดยส่วนมาก
 
= - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - = - =
 
How to listen WAV
 
สำหรับ "ไม้ผลัดที่สอง" นี้..
คือผู้ที่ทำหน้าที่แปลงไฟล์ที่ RIP มาจากแผ่น ให้กลายเป็น Format ที่เราฟังๆ กัน
คือ .mp3 และ .flac ครับ.. ซึ่งถ้าไม้ผลัดแรกเขา RIP มาเป็น wav ให้ล่ะก็สบายไป
จับแปลงต่อได้เลย.. แต่ถ้ามาแบบอื่น (ซึ่งมักเจอแบบนั้น) ก็งานเข้าอีกชั้นนึงครับ
ต้องแปลงมันให้เป็น wav ก่อนที่จะแปลงต่อไป ซึ่งมันก็ต้องใช้พิธีการต่างๆ กันไป
 
โดยในขั้นแรกก่อนจะพูดถึงเรื่องการแปลงไฟล์ต่อไป.. ก็ขออธิบายว่าเจ้าไฟล์ที่ RIP
มานี่นั้น.. มันเอาไปใช้ฟังยังไงเสียก่อน เพื่อไม่ให้งงกันภายหลังนะครับ
 
...
 
สำหรับไฟล์ที่ RIP มาจากแผ่นนั้น.. ไม่ว่าจะมาแบบ Format ไหน..
ยังไงๆ ก็ต้องมีสิ่งที่เรียกว่า "cue sheet" ติดมาด้วยครับ มิเช่นนั้นไฟล์ที่ RIP มานั้นแทบ
จะเอาไปใช้ทำอะไรไม่ได้เลย.. ซึ่งเจ้า cue sheet นี้หน้าตาของ icon อาจจะไม่เหมือนกัน
ก็ไม่ต้องตกใจครับ มันใช้ได้เหมือนกัน
 
สำหรับวิธีการฟังไฟล์ที่ RIP มานั้นมีสองวิธีใหญ่ๆ ครับคือ
1. จำลองไดร์ฟ แล้ว เล่นผ่านโปรแกรมฟังทั่วๆ ไป
2. ใช้ foobar2000
 
สำหรับวิธีแรกนั้น.. เราต้องมี "โปรแกรมจำลองไดร์ฟ" มาใช้ช่วยด้วยครับ..
ช่วยที่ว่าก็คือช่วยจำลองว่า ไฟล์ที่ RIP มานั้นมันคือ CD เพลงแผ่นนึงนั่นเอง
โดยโปรแกรมจำลองไดร์ฟที่ผมจะใช้อธิบายในที่นี้คือ Alcohol 120% ครับ (ยาแก้ไอ+วิธีลงพร้อม)
 
...
 
 
 
หลังจากที่ติดตั้งเสร็จ ก็ดูที่ My Computer .. คอมฯ ของเราจะมี ไดร์ฟใส่ CD/DVD เพิ่มขึ้นมา 1 ไดร์ฟครับ
ซึ่งไดร์ฟนี้เมื่อคลิ๊กขวาจะมีตัวเลื