[Visual Novel] Owari naki Natsu Towa naru Shirabe #1

posted on 23 Jan 2012 05:03 by por-mind  in Visual-Novel
 
 
 สวัสดีครับ
 
Entry แห่งการรีวิวครั้งแรกของปี ที่คราวนี้ก็ยังไม่ได้มาเพื่อนำเสนอเกมอะไรใหม่ ๆ
แต่จะขอนำเสนอเกมย้อนหลังกลับไปตั้งแต่ปี 2009 นู้นเลย
 
ก่อนอื่นที่ต้องบอกกันไว้คือ เนื้อหาของเกมนี้ไม่ใช่แนว Love Comedy หรือ
ตลกชวนหัวเลย แต่จะออกไปทางดราม่าเรียกน้ำตาและชวนกดดันเป็นช่วง ๆ
มากกว่า ซึ่งก็อย่างที่รู้กันว่าแนวนี้ไม่ถูกโฉลกกับ จขบ. เอาซะเลย
 
สาเหตุที่หยิบยกมาก็แน่นอนว่าเป็นเกมที่ได้เล่นแล้วรู้สึกประทับใจ และเกมนี้ก็ยังเป็นอีกเกมหนึ่ง
ที่จขบ. รู้สึก "เสียดาย" กับมันเหลือเกิน... ซึ่งจะเจ๋งยังไงและเสียดายยังไงนั้น
จขบ. ก็จะขอสาธยายเลยล่ะกันครับ Cool
 
Ps. Entry นี้เขียนแก้ใหม่หลายรอบมากเพราะช่วงนี้ exteen ปิ๋วบ่อยจัด
 
 
         
 
終わりなき夏永遠なる音律 
 
 
"Owari naki Natsu Towa naru Shirabe" ถ้าแปลชื่อเป็นไทยแบบลิเก๊ลิเก ก็จะได้ประมาณว่า
"คิมหันต์อนันตรา บรรเลงขานชั่วกาลนาน" ซึ่งจะเรียกแบบไหนก็ยาวอยู่ดี ดังนั้นต่อไปนี้ จะขอเรียก
แบบย่อ ๆ ตามที่เขานิยมกันว่า "warinaki" นะครับ (อืม ย่อจริง)
 
ตัวเกม warinaki นี่เป็นเกมที่มีชาติกำเนิดมาจากค่ายเกมที่ชื่อ φâge (ไฟซ์เอจ) ซึ่งเป็นค่ายลูกของ
ค่าย âge (เอจ)อีกทีหนึ่ง โดยเกมนี้เป็นผลงานเกมที่สองของค่ายครับ ... โดยถ้าหากจะพูดถึงค่าย âge
แล้วล่ะก็สิ่งแรกที่คิดถึงได้ ก็คงหนีไม่พ้นเกมมหากาพย์สงครามข้ามชาติ Muv-Luv อย่างแน่นอน ซึ่งปัจจุบัน
อ. ฮิมุไค เคียวสุเกะ ที่เป็นผู้วาดถาพประกอบให้เกม warinaki นี้ ก็ได้หันไปวาดภาพประกอบให้กับเกม
ซีรี่ส์ Muv-Luv อย่างเมามัน ยังไม่มีหวังจะหันกลับมาวาดเกมแนวธรรมดา ๆ เลย (และตัวค่าย φâge ที่
เป็นค่ายลูกนี้ ก็ได้หยุดอัพเดตไปเป็นที่เรียบร้อย ตั้งแต่เดือนพ.ค. ปี 2010 หลังการวางจำหน่ายผลงาน
เกมที่3ของค่าย φâge ครับ)
 
สำหรับในแง่ "โปรดัคชั่น" นั้นถึงแม้จะมีชาติกำเนิดในค่ายลูกที่มักมีอนาคตไม่ค่อยไกล  แต่ warinaki ก็
จัดได้ว่าเป็นผลงานเกมระดับเพชรน้ำดีชิ้นหนึ่งทีเดียวครับ ไม่ว่าจะเรื่อง ภาพ, เนื้อเรื่อง, ดนตรีประกอบ,
เพลงประกอบ, เสียงพากย์ และระบบเกม ซึ่งเมื่อเทียบกับในบรรดาเกมทั้งหลายที่ออกมาในปี 2009 แล้ว
เกมนี้ถือเป็นเกมที่เขียนระบบเกม ออกมาได้ก้าวไกลกว่าเกมอื่น ๆ อยู่หลายช่วงตัว โดยเฉพาะเรื่อง Portrait
และ Interface เกมนี้นั้นจะใช้ระบบการวางเลเยอร์ที่เป็นอิสระ คล้าย ๆ Koi-Iro Sora Moyou แต่จะมีความ
ซับซ้อนในเลเยอร์มากกว่า
 
... ยกตัวอย่างเช่น ...
 
สำหรับ Visual Novel แล้ว Portrait ภาพตัวละครนั้น สามารถทำให้รวมอยู่ในภาพเดียวกัน
แบบเบ็ดเสร็จใน 1 เลเยอร์ได้แบบนี้
 
(นางแบบ : ไดคังยามะ สุมิเระ From スズノネセブン!)
 
 
แต่สำหรับ warinaki นั้น ภาพ Portrait ตัวละคร 1 ภาพที่ก็ดูเหมือนจะเป็นภาพเดียวธรรมดา ๆ นั้น
มันจะประกอบไปด้วยเลเยอร์พื้นฐาน ได้แก่...
 
 
 
 
 
รวมแล้ว 6 เลเยอร์ยืนพื้น ไม่รวม Emotion ต่าง ๆ เช่น เหงื่อตก หน้าแดง ฯลฯ ครับ
(ถ้าถามว่าทำไมต้องแบ่งนัยน์ตาเป็นซ้ายขวานั้น ก็ตอบได้ว่าเพื่อทำลูกเล่นกลอกลูกตาให้ขยับ
ขึ้นลงซ้ายขวาได้ ภายในเลเยอร์เบ้าตาอีกแบบนึงอีกทีครับ) แล้วก็แน่นอนว่า ปากสามารถขยับได้
และสามารถกระพริบตาได้
 
แล้วเมื่อรวมกับลักษณะการวางเลเยอร์ บนหน้าจอแบบอิสระ (ทำนองเดียวกับ Koi-Iro Sora Moyou)
เลยทำให้เกมนี้จัดเป็นเกมที่ขยันในการวางเลเยอร์ภาพให้ดูเป็นธรรมชาติ เคลื่อนไหวได้ราวกับ
ดูอนิเมชั่นกลาย ๆ ทีเดียวครับ (เรื่องความลื่นไหลของภาพ Koi-Iro Sora Moyou จะเหนือกว่าอยู่
แต่เรื่องความพยายามในการจัดมุมกล้อง และการใส่ส่วนประกอบเสริมให้มุมมองดูสมจริงนั้น เกมนี้จะ
เหนือกว่าครับ)
 
 
 
 
 พอรวมเข้ากับ Factor อื่น ๆ อย่างงานภาพซึ่งแน่นอนว่าวาดได้สวยโมเอะดีมาก ๆ
เนื้อเรื่องก็เขียนมาได้สนุกและประทับใจ ดนตรีประกอบ เพลงประกอบ ที่ไพเราะ
และเสียงพากย์ที่พากย์ได้เยี่ยมยอดทุกคน (แม้จะไม่มี CV ระดับตัวท๊อปเลยก็ตาม)
เลยทำให้เกมนี้เป็นเกมที่มีคุณภาพรวมสูงมาก ๆ อีกเกมนึงครับ
 
แต่ก็น่าเสียดายอีกแล้ว ที่เกมนี้แทบไม่มีการต่อยอดสานต่ออะไรใด ๆ เลย (มีโนเวล 2 เล่ม)
ถ้าดูในเรื่องกระแสนิยมนั้น เกมนี้ก็มียอดขายที่ดีอยู่ในระดับติด Best Seller อยู่นะครับ...
แต่บางทีกระแสตอบรับหลังจากเล่น อาจยังไม่แรงพอ ที่จะสานต่ออะไร ๆ ออกมา หรือไม่มี
แพลนจะทำแต่แรกก็เป็นได้ เพราะยังไงเสีย เกมนี้ก็เป็นเกมจากค่ายลูก ที่มักอนาคตสั้นซะด้วย
(ขนาด Visual Bookยังทำออกมา เป็นของแถมตัวเกม Limited อย่างเดียว ไม่มีทำขายทีหลังด้วย
จขบ. ล่ะเศร้าครับ)
 
 
           
 
 
ทาคานาชิ มิโอะ
Height : 140cm | Weight : 38
Blood Type : O | 3 Size : B75 W54 H76
 
นางเอกหมายเลขหนึ่งของเรื่อง และเหมือนเป็นมาสคอตของเรื่อง เป็นตัวละครที่ให้
ความรู้สึกน่ารักและจดจำได้ขึ้นใจมาก ๆ ตัวละครหนึ่ง... สถานะเพื่อนสมัยเด็กของ ทาคุมิ
ที่เติบโตมาด้วยกันอย่างพี่น้อง โดยเธอก็นับถือ ทาคุมิ เป็นเพื่อนพี่ชายที่พึ่งพาได้คนหนึ่ง
มีความเป็นเด็กสูงสมตัว แต่ก็มีความเป็นแม่บ้านแม่เรือนอยู่ และมีพรสวรรค์ทางดนตรีแอบ
ซ่อนอยู่สูง มีความฝันเหมือนนางเอก ตามสูตรมาตรฐานคือ อยากเป็นเจ้าสาวของ ทาคุมิ ,
ตำแหน่ง ไวโอลิน
 
 
 
♫ ♩ ♬   ♫ ♩ ♬   ♫ ♩ ♬
 
อามามิยะ คานน
Height : 160cm | Weight : 48
Blood Type : AB | 3 Size : B85 W58 H82
 
นางเอกหมายเลขสองของเรื่อง สถานะเพื่อนสมัยเด็กหมายเลขสองของ ทาคุมิ
(อายุและเรียนชั้นสูงกว่า ทาคุมิ หนึ่งปี) เติบโตมาด้วยกันกับ ทาคุมิ และ มิโอะ
ภายนอกเหมือนคนสงบเสงี่ยมและสมบูรณ์แบบ มีน้ำเสียงละห้อยออกเซ็กซี่ ๆ
เป็นเอกลักษณ์ แต่ที่จริงมีความเป๋ออยู่ไม่น้อย และแน่นอนว่าเธอเองก็ชอบ ทาคุมิ
มาตั้งแต่เด็ก ๆ , ตำแหน่ง วีโอล่า
 
 
 
♫ ♩ ♬   ♫ ♩ ♬   ♫ ♩ ♬
โอริฮาระ ไอ
Height : 158cm | Weight : 45
Blood Type : A | 3 Size : B85 W55 H84
 
เด็กสาวผู้มีนิสัยตรงไปตรงมา มีความเป็นผู้ใหญ่ มีความสามารถทางกีฬาสูง ถนัดกีฬา
ทุกประเภท แต่ถูก ริตสึโกะ ทาบทามให้ เข้าชมรมดนตรี เพราะแท้จริงแล้วเธอเป็นผู้ที่มี
พรวรรค์ทางดนตรีสูงมาก ๆ แต่ก็มีสาเหตุ บางประการณ์ที่ทำให้ตัดสินใจละทิ้งและเลือก
ที่จะลืมเรื่องราวของดนตรีไป , ตำแหน่ง ไวโอลิน
 
 
 
♫ ♩ ♬   ♫ ♩ ♬   ♫ ♩ ♬
 
โคชิโนะ คาเรน
Height : 143cm | Weight : 42
Blood Type : B | 3 Size : B83 W56 H80
 
น้องสาวของ ทาคาชิ ที่กับพี่ชายแล้วเหมือนเป็นสาวชอบใช้กำลัง แต่ยามอยู่ต่อหน้า
ทาคุมิ จะกลายเป็นสาวรุ่นน้องแสนน่ารัก เดเระ ๆ แทน (เหตุผลก็แน่นอนว่าแอบชอบ
ทาคุมิ อยู่) ปัจจุบันประจำตำแหน่งมาสคอต ของชมรม เพราะไม่ค่อยมีความเอาจริงใน
การเล่นเครื่องดนตรีสักเท่าไร ปรากฏตัวหลังบท Prologue , ตำแหน่ง เชลโล
 
 
 
♫ ♩ ♬   ♫ ♩ ♬   ♫ ♩ ♬
 
รีเซลอทเต้ ชูเรเบล
Height : 155cm | Weight : 48
Blood Type : A | 3 Size : B89 W59 H88
 
คุณหนูลูกคนมีอันจะกิน ที่ถ่อสังขารจากอเมริกา (แต่สายเลือดฮาล์ฟ ออสเตรีย, ญี่ปุ่น)
มาเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่หมู่บ้านสุโนะ (โดยมีจุดประสงค์บางอย่าง) อุปนิสัย สดใส
ร่าเริงเสมอ พูดภาษาญี่ปุ่นสำเนียงทะแม่ง ๆ ในช่วงแรก มีพรสวรรค์ในการเล่นเชลโล
จึงได้เป็นอาจารย์สอนเชลโลให้ คาเรน ด้วย ปรากฏตัวหลังบท Prologue , ตำแหน่ง เชลโล
 
 
 
♫ ♩ ♬   ♫ ♩ ♬   ♫ ♩ ♬
 
โอคามิ ริตสึโกะ
 
รุ่นพี่ใหญ่ของพวก ทาคุมิ เป็นซุปเปอร์ไวเซอร์ หรือผู้ได้รับสิทธิจากเหล่าครูอาจารย์
ในการควบคุมดูแลเหล่านักเรียน พอ ๆ กับตำแหน่งประธานนักเรียน มีความเป็นผู้นำ
เป็นที่เคารพและยำเกรงของทุกคน เป็นเหมือนพี่สาวที่คอยดูแลพวก ทาคุมิ มาตั้งแต่
8 ปีก่อน , ตำแหน่ง เชลโล
 
 
 
♫ ♩ ♬   ♫ ♩ ♬   ♫ ♩ ♬
 
โคชิโนะ ทาคาชิ
 
เพื่อนสนิทของ ทาคุมิ และพี่ชายของ คาเรน ที่ใช้ชีวิตอย่างไม่มีอะไรซีเรียส หรือก็คือ
มักลอยชายไปวัน ๆ กับ คาเรน แล้วเขาเหมือนเป็นเบี้ยล่างที่ต้องคอยฟังเธอเสมอ ซึ่ง
เขาก็รักเธอในฐานะน้องสาวมาก และไม่คิดจะยกให้เป็นเจ้าสาวใครนอกจาก ทาคุมิ (ซะงั้น)
 
 
 
♫ ♩ ♬   ♫ ♩ ♬   ♫ ♩ ♬
 
ทาคานาชิ ฮารุนะ
 
คุณครูประจำโรงเรียนอาซางิ แห่งหมู่บ้านสุโนะ เป็นแม่ของ มิโอะ
ความสัมพันธ์ในฐานะแม่ลูก เหมือนมีระยะห่างที่ทำให้ไม่ค่อยสนิทใจนัก
แม้เธอจะพยายามเข้าหา มิโอะ ทุกครั้งที่มีโอกาสก็ตาม 
 
 
 
♫ ♩ ♬   ♫ ♩ ♬   ♫ ♩ ♬
 
โคซึกะ ฮิโรโกะ
 
สาวขี้เมาที่ ทาคุมิ และ มิโอะ บังเอิญเจอในหมู่บ้านวันหนึ่ง ถึงจะขี้เมา
และเป็นคนพึ่งพาไม่ค่อยได้ แต่ก็เป็นผู้มีความสามารถทางดนตรีระดับโปร
 
 
 
♫ ♩ ♬   ♫ ♩ ♬   ♫ ♩ ♬
 
อามามิยะ โซจิน
 
อาจารย์ประจำโรงเรียนอาซางิ แห่งหมู่บ้านสุโนะ เป็นพ่อของ คานน
ที่ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกไม่ค่อยจะดีนัก 
 
 
 
♫ ♩ ♬   ♫ ♩ ♬   ♫ ♩ ♬
 
โทมะ ทาคุมิ
 
พระเอกของเรื่อง มีพรสวรรค์ในทางดนตรีโดยเฉพาะไวโอลินสูง แต่ด้วยสาเหตุ
หลาย ๆ อย่าง ทำให้ตัดสินใจที่จะละทิ้งเส้นทางของไวโอลินไป อุปนิสัยชอบ
ช่วยเหลือผู้คน และเหมือนเป็นศูนย์รวมของทุกคน แต่กับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตัวเอง
แล้ว จะมีความดื้อมาก ๆ
 
 
 
   
 
 
 
 
 
เรื่องราวของ warinaki นั้น... เป็นเรื่องราวที่ดำเนินอยู่ภายใน หมู่บ้านสุโนะ ที่เรียกได้ว่าเป็นชนบทเลย
โดยมี "โรงเรียนอาซางิ สาขาสุโนะ" และ "ชมรมดนตรีคลาสสิคของโรงเรียน" เป็นเวทีหลัก ซึ่งพระเอก
ของเรื่อง "โทมะ ทาคุมิ" ก็สังกัตอยู่ที่โรงเรียนและชมรมดังกล่าวเช่นกัน
 
แต่ชมรมดนตรี ที่ว่านั้นไม่ได้ตั้งอยู่ภายในโรงเรียน แต่ตั้งอยู่ในที่ ๆ จะว่าเหมือนเป็นชายป่าหรือ
ตีนเขาก็ได้ โดยการจะไปห้องชมรมนั้นจะต้องเดินข้ามสะพานเชื่อมทำจากหินที่มีเพียงจุดเดียวเท่านั้น
 
 
 
 
..........

เรื่องราวของเกมนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ช่วงใหญ่ ๆ คือ Prologue (บทนำ) และเนื้อเรื่องหลัก

โดยในช่วง Prologue จะเป็นช่วงที่ประธานชมรมดนตรี "โองามิ ริตสึโกะ" รุ่นพี่ใหญ่ปีสามยังเรียนอยู่
และชมรมดนตรี ก็มีสมาชิกเพียงแค่สี่คนคือ ริตสึโกะ ผู้เป็นประธานชมรม เล่นเครื่องดนตรี เชลโล่
"ทาคานาชิ มิโอะ" เพื่อนสมัยเด็กของ ทาคุมิ เล่นเครื่องดนตรี ไวโอลิน,  "อามามิยะ คานน" เพื่อน
สมัยเด็กของ ทาคุมิ อีกหนึ่งคน เล่นเครื่องดนตรี วีโอล่า และตัว ทาคุมิ ที่ไม่หยิบจับเครื่องดนตรีใด ๆ
เป็นชิ้นเป็นอัน ทั้งที่ตัวเขานั้นเป็นผู้มีพรสวรรค์ในทางดนตรีโดยเฉพาะไวโอลิน ... เหตุการณ์ต่าง ๆใน
เรื่องช่วง prologue นี้ก็จะดำเนินอยู่ที่ในโรงเรียนและในชมรมนี้เป็นเวทีหลักครับ
 
 
 
นอกจากที่โรงเรียนแล้ว เวทีรองของเรื่องก็คือบ้านของ ทาคุมิ ซึ่งทุก ๆ คนมักจะแวะเวียนไปมา
หาสู่กันอย่างเป็นเรื่องธรรมดา นอกจากนี้ มิโอะ และ คานน ก็ยังมานอนค้างที่บ้านเขาบ่อย ๆ
ตั้งแต่สมัยเด็ก ซึ่งแม้กระทั่งในปัจจุบันก็ยังคงเป็นเช่นนั้นอยู่

 
 
นอกจากนี้ ก็ยังมีตัวละครหลักอีกคนที่ต้องเอ่ยถึงด้วยคือ โคชิโนะ ทาคาชิ ตัวละครสไตล์
เพื่อนพระเอกแบบตามสูตรมาตรฐาน คือไม่มีอะไรเด่นเป็นพิเศษ แต่ความรักเพื่อนนั้นไม่เป็นรองใคร

 
 
........

โดยฟันเฟืองของเรื่องราว ก็เริ่มต้นจากการที่คืนหนึ่ง ทาคาชิ มาปรึกษากับ ทาคุมิ ว่าเขา
อยากจะสารภาพรักกับนักเรียนใหม่ที่เพิ่งย้ายมาเข้าเรียนชื่อ "โอริฮาระ ไอ" เลยอยากขอแรง
ทาคุมิ ให้ไปเป็นเพื่อนหน่อย ซึ่งเขาก็ได้ตกลงไป

ทว่าวันต่อมา เมื่อเรียก ไอ มาแล้วในจังหวะที่ ทาคาชิ กำลังเค้นความกล้าเพื่อสารภาพรักนั้น
ประโยคที่เขาพูดออกมากลับกลายเป็น "ทาคุมิ ชอบ ไอ เลยให้เขาช่วยเรียกเธอมาหา เพื่อ
สารภาพรัก" ซะงั้น ซึ่งเมื่อ ไอ ได้ยินดังนั้น ทีแรกเธอก็บอกว่าเธอดีใจมาก ๆ แต่ตอนนี้เธอยัง
ไม่คิดอยากคบหาใคร นั่นเลยทำให้ ทาคุมิ เงิบไปเพราะเขายังไม่เคยคิดจะสารภาพรักใคร
แต่กลับได้รับประสบการณ์การถูกปฏิเสธก่อนแล้ว
 
 
 
กระนั้น ทาคุมิ ก็ยังพยายามจะอธิบายว่าเรื่องไม่ได้เป็นแบบนั้น และพยายามจะช่วยพูดให้ ทาคาชิ
ประมาณว่าหมอนี่เป็นคนที่เหมือนจะใจกล้าหน้าด้าน แต่ที่จริงขี้อายเวลาสารภาพรักเลยทำอะไร
พิลึก ๆ ไปบ้าง แต่ทว่า ไอ กลับเข้าใจไปว่า ทาคุมิ ไม่อยากเสียฟอร์มที่ถูกปฏิเสธ เลยโยนภาระ
ให้เพื่อนรับหน้าเสื่อแทน ซึ่งนั่นเธอไม่ค่อยปลื้มนัก เรื่องราวเลยจบลงแบบกลับตาลปัตรไปแทน...

แต่ชะตาของ ทาคุมิ และ ไอ ก็ยังคงไม่อาจตัดขาดจากกันได้ เพราะในคืนนั้น ตอนที่ทุก ๆ คน
กำลังจะทานข้าวที่บ้าน ทาคุมิ นั้นเอง ริตสึโกะ ก็ได้ไปลักพาตัว ไอ มาที่บ้าน ทาคุมิ เสียอย่างนั้น
ซึ่งสาเหตุที่พามาก็เพื่อต้องการให้ ไอ เข้าชมรมดนตรีด้วย ซึ่งก็แน่นอนว่าเธอต้องปฏิเสธเหตุผล
ว่าชมรมที่ลักพาตัวมาให้เซ็นชื่อเข้าชมรมแบบนี้ ใครจะไปเข้ากัน ที่สำคัญเธอก็ไม่ได้ทำกิจกรรม
สายดนตรีอะไร แต่เธออยู่สายกีฬาต่างหาก (เป็นคนถนัดกีฬาทุกประเภท)
 
 
 
 
ด้วยความที่ทำเกินเหตุไป ทำให้ทุก ๆ คนไม่เห็นด้วย แม้แต่ตัว ริตสึโกะ ก็ต้องรับรามือ
แต่เธอก็บอกว่าจะหาวิธีการต่อไป เพื่อให้เธอมาเข้าชมรมให้ได้ ซึ่งผลลัพธ์คือในวันต่อมา
ริตสึโกะ ตัดสินใจเปิดการแข่งซอฟท์บอล เพื่อท้าดวลกับ ไอ โดยหากเธอชนะ ไอ จะต้อง
เข้าชมรม (โดยใช้อำนาจความเป็นประธานนักเรียน)
 
 
 
 
สาเหตุที่ต้องเป็นซอฟท์บอลก็ง่าย ๆ เพราะ ริตสึโกะ เห็นว่า ไอ น่าจะสังกัตอยู่ชมรมซอฟท์บอล
เลยใช้กีฬาที่เธอถนัดเพื่อจะได้ดวลอย่างสมน้ำสมเนื้อ แต่แท้ที่จริง ไอ ก็ไม่ได้สังกัตชมรมซอฟท์บอล
เหมือนกัน เพราะว่าที่บ้านเธอมีกิจการต้องกลับไปช่วย เธอจะช่วยชมรมซอฟท์บอลได้ก็เฉพาะวันที่
ไม่มีงานที่บ้านเป็นพิเศษเท่านั้น ที่สำคัญโรงเรียนนี้ก็ไม่มีกฎบังคับให้ทุกคนต้องเข้าชมรมด้วย

แต่ ไอ นั้นยังไม่รุ้ถึงความน่ากลัวของ ริตสึโกะ ดีพอเพราะหลังจากนั้นในวันเดียวกัน ริตสึโกะ ก็ได้
ทำการเปลี่ยนกฏของโรงเรียนให้นักเรียนต้องเข้าชมรมตอนหลังเลิกเรียนเป็นที่เรียบร้อยไป... นันจึง
ทำให้ ไอ ต้องรีบหนีไปขอเข้าชมรมกีฬาแทน และประธานชมรมกีฬาก็ยอมตกลงรับเธอเข้า... แต่นั่น
กลับกลายเป็นแผนที่ ริตสึโกะ วางไว้ตั้งแต่แรก
 
 
 
เพราะเมื่อ ไอ ได้เข้าสู่การเป็นสมาชิกชมรมกีฬาแล้ว เธอย่อมไม่อาจขัดคำสั่งของประธานชมรมกีฬาได้
ซึ่งประธานชมรมกีฬานั้น ก็ได้ตกอยู่ภายใต้การคอนโทรลของ ริตสึโกะ ที่เป็นผู้กำหนดงบชมรมแล้ว
ดังนั้นเธอจึงไม่อาจหลีกเลี่ยงการดวลกับ ริตสึโกะ ที่ได้รับการตกลงจากประธานชมรมกีฬาได้แล้วนั่นเอง....

แล้วการดวลซอฟท์บอลโดยมี ไอ เป็นสิ่งเดิมพันจึงเริ่มต้นขึ้น... (นัดดวลกันในวันพรุ่งนี้)
ทว่าอนิจจา... แม้จะเรียกว่าการดวล แต่ก็เหมือนจะไม่ใช่ เพราะฝ่ายชมรมดนตรีคือพวก ทาคุมิ นั้น
ไม่เคยเล่นซอฟท์บอลกันเลยสักคน... แม้จะเข้าใจว่ามันคล้าย ๆ กับเบสบอล แต่ระยะห่างมันใกล้กว่า
ลูกบอลที่ใช้ต่างกัน และความเร็วในการขว้างลูกของซอฟท์บอลมันก็เร็วกว่าด้วย การดวลที่จะเกิดขึ้น
พวก ทาคุมิ จึงต้องตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างแรง
 
แล้วในคืนวันนั้น หลังจากฝึกซ้อมกันอย่างทุลักทุเล ทาคุมิ ก็ได้ถูก ริตสึโกะ เรียกไปคุย
ซึ่ง ทาคุมิ ก็ได้ถามเธอถึงสาเหตุที่ต้องทำถึงขนาดนี้เพื่อให้ ไอ ที่อยู่ชมรมสายกีฬามาเข้าชมรมดนตรี

 
 
ริตสึโกะ เลยเริ่มแจง ตั้งแต่สิ่งที่ ทาคุมิ เคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ว่าถ้าหลังจาก ริตสึโกะ จบการศึกษาไป
สมาชิกชมรมที่เหลือ 3 คนคือพวก ทาคุมิ, มิโอะ และ คานน ก็จะทำกิจกรรมชมรมกันต่อไปเรื่อย ๆ
กัน 3 คน แต่เรื่องนั้น ริตสึโกะ มองว่าไม่ดีแน่เพราะความสัมพันธ์ของพวกเขา 3 คนนั้น ไม่อาจหยุดนิ่ง
หรือย้อนกลับไปเหมือนสมัยก่อนได้อีก
 
ทาคุมิ จึงสงสัยว่าหมายถึงอะไร เพราะความสัมพันธ์ระหว่างเขากับ มิโอะ และ คานน มันก็ไม่เคยเปลี่ยน
มาแต่ไหนแต่ไร... ริตสึโกะ เลยต้องแจงอีกว่าที่เขาพูดว่าแต่ไหนแต่ไรนั่นมันกี่ปีที่แล้ว แล้วตอนนี้พวกเขา
อายุกี่ปีแล้วกัน ... ยิ่งมองถึงการที่เด็กหนุ่มกับเด็กสาว มานอนร่วมฟูกเดียวกันแบบนี้ มันไม่ใช่เรื่องธรรมดาแล้ว
จริงอยู่ที่สายสัมพันธ์ของทั้ง 3 คนมันเหนียวแน่นมาก แต่สักวันก็ต้องขาดลง ไม่มีทางที่จะได้อยู่ด้วยกัน
3 คนเช่นนี้ตลอดไป เพราะอย่างน้อยปีนี้ ริตสึโกะ ก็ต้องจบการศึกษา และปีหน้า คานน ก็ต้องจบการศึกษา
 
ดังนั้น ริตสึโกะ จึงอยากให้ชมรมดนตรี กลายเป็นชมรมที่ทำกิจกรรมทางดนตรีอย่างจริงจัง ให้ผู้ที่มีความ
สนใจและอยากเล่นดนตรีมาชุมนุมกัน ไม่ใช่เพียงแค่เป็นสถานที่เล่นของพวก ทาคุมิ เท่านั้น นั่นเพื่อเป็นการ
ช่วยให้ มิโอะ และ คานน มีความคิดที่อยากออกไปใช้ชีวิตในโลกภายนอก ออกจากหมู่บ้านที่ไม่มีอะไรเลยนี้
อีกด้วย เพราะตอนนี้ในใจของทั้งสองคนยังคิดแค่เพียงอยากอยู่ร่วมกันกับ ทาคุมิ สามคนตลอดไป ซึ่งแน่นอน
ว่ามันเป็นไปไม่ได้
 
สิ่งที่ ริตสึโกะ ซึ่งใกล้จะจบการศึกษาเต็มที และที่ผ่านมาไม่สามารถพัฒนาชมรมได้มากนัก จึงมีเพียง
ปูทางสู่อนาคตชมรมดนตรีให้แก่พวก ทาคุมิ เพราะตัวเธอเองก็ใช่ว่ามีพรสวรรค์ทางดนตรีอะไร แต่ว่า
สำหรับ ทาคุมิ นั้นไม่ใช่... เธอจึงเชื่อว่า ทาคุมิ คือความหวัง... คือผู้มีพรสววรค์ที่จะสามารถเชื่อมโยง
หมู่บ้านสุโนะนี้ ไปสู่โลกภายนอกได้ และเพื่อการนั้นการชักชวน ไอ เข้าสู่ชมรมจึงเป็นสิ่งจำเป็น
 
และเธอก็มีความฝันอยู่ว่าแม้เธอจะต้องจากหมู่บ้านนี้ไป แต่ก็อยากได้ยินชื่อเสียงของ ทาคุมิ ดังไกล
ไปถึงที่ ๆ เธออยู่ในฐานะการเป็น โซริส(นักดนตรีเครื่องสาย) ได้ในสักวัน...

โดยเธอได้เล่าต่อ ว่าแม้ ไอ จะพูดเสียงแข็งว่าไม่สนใจในดนตรีนั้นที่จริงเป็นคำโกหก เพราะแท้จริงแล้ว
ในอดีตเธอเคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับดนตรีมาก่อน... แต่รายละเอียดเรื่องนั้นเธอขอยังไม่พูดเพราะสิ่ง
สำคัญตอนนี้คือการนำ ไอ เข้าชมรมให้ได้ ไม่งั้นทุกอย่างก็จบกัน
 
แล้วหลังจากขอตัวมา ในตอนนั้น ทาคุมิ ก็ได้ยินเสียงไวโอลิน ลอยมาตามสายลม... เมื่อเงี่ยหูฟังให้ดี
ก็ทำให้เขาถึงกับรู้สึกสะท้าน เพราะเป็นการสีไวโอลินที่ยอดเยี่ยมมาก ชนิดที่ตัวเขายังทำไม่ได้ เขาจึง
ตัดสินใจวิ่งตามเสียงไวโอลินนั้นไปจนถึงต้นเสียง คือห้องชมรมตรีของพวกเขา ซึ่งสิ่งที่เขาเห็นอยู่
ภายในห้องนั้น ก็คือ ไอ ที่กำลังสีไวโอลินอยู่... ซึ่งฝีมือของเธอก็ไพเราะมีพลังขนาดทำให้ห้องดนตรี
ที่มืดทึบนั้นเจิดจ้าขึ้นได้ภายในหัวของเขา
 
 
 
สิ่งเดียวที่ ทาคุมิ คิดขึ้นมาได้ในหัว คือมันช่างน่าเสียดายเหลือเกิน เพราะหากเป็นผู้มีฝีมือระดับนี้
การอินเทิร์นเข้าสู่โรงเรียนดนตรีชื่อดัง YAMAHO (แผลงจาก YAMAHA ล่ะนะครับ) และพัฒนาฝีมือ
ไปสู่ระดับโปร นั้นก็สามารถทำได้แน่ แต่ทำไมเธอถึงเลือกที่จะทิ้งความสามารถนี้ หันไปเล่นกีฬาแทนกัน...
 
จากนั้นเขาก็ตัดสินใจยืนฟังเงียบ ๆ ไม่ส่งเสียงรบกวน ก่อนจะกลับบ้านไปโดยไม่ให้ ไอ รู้ตัว
และไปฝึกหวดไม้เพื่อตีลูกสำหรับวันนี้อย่างเต็มที่ จนหลับคาหน้าบ้านยันเช้าไป...

..........

ในวันต่อมาก็จะเป็นเรื่องของการแข่งซอฟท์บอลแบบเป็นเรื่องเป็นราว นับคะแนนกันจริง ๆ จัง ๆ
เลยครับ... จขบ. เลยจะขอสรุปตรงนี้เลยละกันว่า ผลการแข่งคือ ริตสึโกะ แห่งชมรมดนตรี
สามารถตีลูกโฮมรันจากการขว้างของ ไอ ที่เป็นยอดพิชเชอร์คู่แข่งได้ ได้ในช่วงไคลแมกซ์ แต่พอดี
นั่นไม่ใช่เกมสุดท้าย (เกมที่ 8 จาก 9) แล้วในเกมสุดท้ายพวกเขาก็ถูกทำคะแนนพลิกกลับได้
จนพ่ายแพ้ต่อชมรมกีฬาไป
 
 
 
..............
 
ทว่าวันต่อมา ไอ กลับเรียก ทาคุมิ มาคุยด้วยโดยบอกว่าถ้าแค่จะให้เป็นสมาชิกล่ะก็ เธอจะยอม
เข้าชมรมดนตรีก็ได้ เพราะเมื่อวานนี้ก่อนที่ ริตสึโกะ จะตีลูก ทั้งสองได้สัญญากันไปว่า ถ้าเธอ
แพ้เธอจะต้องเข้าชมรม ซึ่ง ริตสึโกะ ก็สามารถตีโฮมรันได้ จึงเท่ากับเธอแพ้
 
 
 
 
ซึ่งนั่นก็ทำให้ ทาคุมิ ดีใจมาก และอยากจะขอฝากตำแหน่งไวโอลินมือ 1 ให้กับเธอทันที
แต่สิ่งที่เธอพูดต่อมาก็คือ เธอจะไม่จับตำแหน่งอะไรทั้งนั้น เพราะเธอไม่สนใจดนตรีคลาสสิคด้วย
นั่นเลยทำให้ ทาคุมิ งงมาก ว่าแล้วไอ้ที่เขาเห็นวันก่อนนั่นมันคืออะไร จะว่าเป็นพี่น้องฝาแฝด
ก็ไม่น่าจะใช้ แล้วตอนนั้น ไอ ก็บอกว่าวันนี้เธอมีงานที่ร้านของบ้านต้องไปช่วยวันนี้ไม่เข้าชมรม
แล้วก็ขมตัวไปทันที ปล่อยให้ ทาคุมิ ยืนงงคนเดียวต่อไป
 
.... แล้วต่อมา วันที่สมาชิกชมรมดนตรี ได้อยู่พร้อมหน้าก็มาถึง แต่อะไร ๆ มันก็ไม่สวยงามอย่างที่คิด
เพราะตัว ทาคุมิ นั้นไม่หยิบจับเครื่องดนตรีอะไรเลย แล้วก็ไม่ฝึกซ้อมอะไรเลย เอาแต่เพียงคอยช่วย
ดูการเล่นของ มิโอะ , คานน และ ริตสึโกะ ซึ่งก็ไม่ได้ดูอย่างจริงจัง จน ริตสึโกะ ทนไม่ไหว
 
 
ริตสึโกะ : "เอ้า ทาคุมิ... เปิดเคสไวโอลินสิ"
 
เพราะถ้าขาดไวโอลินไป 1 มือล่ะก็ ภาระทั้งหมดจะตกอยู่ที่ มิโอะ ซึ่งเธอก็รับไม่ค่อยจะไหว
แล้วเสียงเมโลดี้ก็จะไม่ครบไป ริตสึโกะ จึงสั่งให้ ทาคุมิ สีไวโอลินซะ แต่ด้วยเหตุผลในใจ
หลายอย่างของ ทาคุมิ ทำให้เขาเฉไฉเรื่องอาการบาดเจ็บจากวันแข่งซอฟท์บอลแล้วขอ
ผลัดไปจนได้...
 
............
 
แล้วในคืนนั้น ริตสึโกะ ก็ได้ขอเวลา ทาคุมิ ไปด้วยกันซึ่งจุดหมายก็คือห้องชมรมดนตรี
นั่นทำให้ ทาคุมิ เริ่มเข้าใจว่าเธออยากจะพูดอะไร เขาจึงตัดสินใจเพียงตามไปเงียบ ๆ
จนถึงห้องชมรม แม้ฝนตกตกหนักจนทั้งสองคนเปียกโชกก็ตาม
 
เมื่อไปถึง ริตสึโกะ ก็ขอให้ ทาคุมิ ช่วยอธิบายเรื่องเคสไวโอลินก่อน... เพราะว่าภายในเคส
ไวโอลินของ ทาคุมิ นั้นมันว่างเปล่าไม่มีอะไรใส่อยู่เลย ทั้ง ๆ ที่ ทาคุมิ ก็พกเคสไวโอลิน
ติดตัวอยู่เสมอแท้ ๆ ...
 
 
 
ทาคุมิ จึงตอบไปตามตรงว่าเขาเอาไปจำนำแล้ว ด้วยเหตุผลว่าทางบ้านมีความจำเป็น
ต้องใช้เงินนิดหน่อย นั่นก็ไม่ทำให้ ริตสึโกะ เข้าใจสักนิด เพราะเธอรู้ดีว่าไวโอลินนั้น
เป็นของสำคัญเหมือนร่างแยกของตัว ทาคุมิ เอง ถ้าเป็นเหตุผลแค่เรื่องเงินล่ะก็ ไม่มี
ทางที่เขาจะยอมเอาไวโอลินไปจำนำแน่ ๆ แต่ ทาคุมิ ก็ตอบว่าเรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับเธอ
 
นั่นก็ทำให้ ริตสึโกะ ไม่พอใจมากเพราะทุก ๆ คนต่างรู้ดีว่ามีกำหนดวันงานแสดงรออยู่
ในวันอาทิตย์หน้า แต่เขากลับปิดเงียบไม่บอกใครแบบนี้... ทาคุมิ ก็บอกว่าก่อนจะถึง
วันนั้น ตำแหน่งไวโอลินมือ 1 เขาจะพยายามเกลี้ยกล่อมให้ ไอ รับหน้าที่เอง แต่นั่นก็
ไม่ใช่สิ่งที่ ริตสึโกะ ต้องการ เพราะเธอต้องการรู้ว่าทำไมเขาถึงได้ตัดสินใจเอาไวโอลิน
ไปจำนำแบบนั้น
 
ทาคุมิ จึงตัดสินใจบอกออกไปตามตรงว่าเขาตัดสินใจ ที่จะเลิกเล่นไวโอลินแล้วนั่นเอง...
นั่นยิ่งทำให้ ริตสึโกะ ตกใจจนพูดอะไรไม่ค่อยออก แต่ก็ถามเหตุผลไปว่าทำไม ซึ่ง ทาคุมิ
ก็ไม่ยอมบอก...  ริตสึโกะ จึงพูดถึงสิ่งที่เป็นความฝันของเธอในวันก่อน ว่าอยากจะได้ยิน
ชื่อเสียงของ ทาคุมิ โด่งดังในฐานะโซริส ไปไกลจนถึงเมืองใด ๆ ที่เธออยู่ในอนาคต ซึ่งใน
วันที่เตรียมตัวฝึกซ้อมแข่งขันซอฟท์บอล ทาคุมิ  ก็ได้ให้สัญญากับเธอตามนั้นไปแล้ว...
 
พอได้ยินดังนั้น เขาเลยยอมพูดว่า สาเหตุที่เลิกเป็นเพราะเขาได้ฟังการสีไวโอลินของ ไอ เข้า
พอถามว่ามันเกี่ยวกันยังไง เขาจึงพูดต่อว่า... ในวันก่อนแข่งซอฟท์บอล เขาก็บังเอิญได้ยิน
ไอ  มาสีไวโอลินอยู่ที่ห้องชมรมนี้ ซึ่งเพลงของโมซาร์ทที่เขาได้ฟังตอนนั้น แม้ตอนนี้ก็ยังคง
ติดหูเขาอยู่เหมือนกับเวทมนตร์... ทั้งความลื่นไหล ทั้งความละเอียดอ่อนในเมโลดี้ หรืออะไร ๆ
มันก็อยู่ในเลเวลที่สูงมากถึงมากจนเกินไป จนราวกับมีแสงส่องสว่างขึ้นมาในห้องที่มืดมิดได้
 
 
 
 
เขายังบอกต่อว่า ไอ เก่งมากจนราวกับเป็นปีศาจ... เป็นปีศาจที่มพรสวรรค์เปี่ยมล้น
มากยิ่งกว่าเขาไม่รู้กี่เท่า เพราะงั้นเขาจึงตัดสินใจเลิก... เพราะถ้ามีคู่มือเป็นปีศาจแบบนั้น
มาเทียบกับคนที่ตอนนี้ไม่มีอะไรเป็นโล้เป็นภายอย่างเขา แค่คิดมันก็เจ็บปวดสุด ๆ แล้ว
 
เมื่อได้ฟังดังนั้น ริตสึโกะ ก็บอกว่าเธอเข้าใจแล้ว แล้วก็เดินไปยังมุมเก็บของในห้อง
ก่อนจะหยิบไวโอลินตัวหนึ่งออกมา แล้วบอกให้  ทาคุมิ  ลองสีมัน ซึ่งแน่นอนว่าเขาขอปฏิเสธ
 
ริตสึโกะ จึงพูดต่อว่า เรื่องที่ ไอ เป็นผู้มีพรสวรรค์นั้นเธอเองก็รู้ รู้ไปถึงเรื่องที่ในอดีตเธอเป็น
นักเรียนของโรงเรียนดนตรี YAMAHO ที่ติดระดับท็อปสูงสุดจากบรรดานักเรียนทั้งหมด ได้รับ
การทาบทามและส่งเสริมจากผู้ใหญ่มากมาย นั่นจึงทำให้เธอตัดสินใจชวนมาเข้าชมรม
แต่ในสายตาเธอแล้ว เธอยังมองเห็นว่า  ทาคุมิ   ก็เป็นคนที่สุดยอดไม่แพ้ ไอ เหมือนกัน
 
 
 
เพราะทุกวัน ๆ สมัยก่อน เขาก็สามารถสีไวโอลินได้ไม่ว่าจะเป็นเพลงอะไร กระทั่งเป็นเพลงที่
ไม่มีสกอร์เลยก็ตาม ซึ่งนั่นก็นับว่ามีอัจฉริยภาพระดับปีศาจเกินพอแล้ว ดังนั้นเธอจึงไม่ลังเลใจ
ที่จะตั้งอนาคตของ  ทาคุมิ  ให้เป็นความฝันของเธอ แต่กระนั้น ทาคุมิ ก็ยังคงปฏิเสธที่จะรับ
ไวโอลิน ไปสีอยู่ดี
 
แม้จะได้ยินดังนั้น ริตสึโกะ ก็ยังคงยื่นไวโอลินให้  ทาคุมิ  โดยไม่พูดอะไร และ  ทาคุมิ  ก็ปฏิเสธ
แล้วยืนประจันหน้าอย่างเงียบ ๆ ต่อไป จนเวลาผ่านไป ๆ นับชั่วโมง... สิ่งที่  ทาคุมิ   ไม่คิดว่าจะ
มีวันได้เห็น ก็ร่วงไหลลงมาอาบแก้มของ ริตสึโกะ
 
 
 
แล้วเธอก็เริ่มเปิดปากพูดจนได้ว่า เธอเข้าใจเหตุผลที่ทำให้  ทาคุมิ   รู้สึกสิ้นหวัง
บางทีการให้เขากับ ไอ มาเจอกัน อาจเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นก็ได้ แต่ตอนนี้
เขาก็ได้พบ และเวลาก็ไม่อาจหวนคืน เธอจึงอยากขอร้องว่าเรื่องในอนาคตจะ
เป็นยังไงก็ได้ แต่ตอนนี้ขอเพียงแค่ในงานแสดงสัปดาห์หน้า เธออยากจะขึ้นเวที
กับทุกคนพร้อมหน้า ก่อนที่เธอจะสลบไป...
 
.......
 
เมื่อเธอรู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้ง ก็พบว่าอยู่ที่บ้าน  ทาคุมิ  และตอนนั้น  ทาคุมิ  ก็กำลังจับไวโอลิน
และสีมัน... เธอจึงแกล้งหลับแล้วฟังไปสักพักก่อนจะถูกจับได้ แล้วทั้งสองจึงได้คุยกัน
โดย  ทาคุมิ   ก็ถามว่าเพราะอะไร ริตสึโกะ ถึงอยากให้เขาสีมากขนาดนั้น เพราะเขาไม่เคยเห็น
เธอได้เสียน้ำตาให้อะไรมาก่อน ...
 
เธอจึงตอบง่าย ๆ ว่าเพราะเป็นเพื่อนพ้องไงล่ะ... ถ้าหากมีคนที่คิดว่า "ขอแค่มีเขาอยู่ ก็สามารถ
ยืนหยัดสู้ต่อไปได้" ... ซึ่งสำหรับ  ทาคุมิ  แล้วจะเป็นใครก็ช่าง แต่ขอแค่หนึ่งในนั้นมีเธออยู่
ด้วยก็พอแล้ว... และด้วยเหตุนั้น จึงไม่มีเหตุผลอะไรและเพื่อใครต้องคิดมาก แค่สีมันเพื่อเธอ
ก็เพียงพอแล้ว
 
 
 
ทาคุมิ จึงได้ตกลงว่าเขาจะสีมันเพื่อ ริตสึโกะ และเพื่องานแสดงในสัปดาห์หน้า ก่อนจะสีเพลง
ของไชคอฟสกี้ให้ ริตสึโกะ ได้ฟังในคืนนั้นไป...
 
..........

แล้วเวลาก็ตัดไปจนถึงวันงานแสดง และการแสดงดนตรีของชมรมดนตรีก็ได้เริ่มบรรเลงขึ้น
(ตรงนี้มี BGM เป็นเพลงคลาสสิคให้ฟังจริง ๆ ด้วย) ซึ่งท่วงทำนองที่พวกเขาสี่คนบรรเลง
แม้จะไม่ยอดเยี่ยมถึงระดับโปร แต่มันก็ได้สะกดใจผู้ชมทุกคน อาจรวมไปถึงทุก ๆ สิ่งภายใน
หมู่บ้านสุโนะให้อยู่ในภวังค์หยุดนิ่ง และคล้อยตามท่วงทำนองนี้ และที่ยิ่งกว่าสิ่งใด คือเมโลดี้นี้
จะกังวาลและตราตรึงอยู่ในใจของพวกเขาทั้งสี่คน ตลอดกาล...
 
 
 
และในคืนนั้น ริตสึโกะ ก็ได้ฝากฝังอนาคตของชมรมดนตรีไว้กับ ทาคุมิ ก่อนถึงวันที่เธอต้อง
จบการศึกษาและออกจากหมู่บ้านสุโนะไป...
 
 
 
To be Continued. . .
 
         
 
... Entry นี้
ทีแรกก็ตั้งใจจะรวดเดียวเหมือนทุกที แต่ไม่ไหวครับ
เพราะเกมนี้จัดว่า เป็นเกมที่ยาวลากไส้มาก แค่ Prologue
ก็ขนาดนี้แล้ว แต่เนื้อเรื่องหลัก ยิ่งยาวและยื้อกว่านี้อีกมาก
ก็เลยตัดสินใจหั่นโชะซะเลย... ส่วน Part ต่อไปจะมาเมื่อไร
ก็ยังบอกไม่ได้ แต่ก็จะพยายามรีบมาต่อให้จบครับ
(ต้องกลับไปปั่นงานซับให้เขาต่อล่ะครับ ดองไว้ 4 ตอนละ)
 
...
 
สำหรับ Entry นี้ ก็คงมีเรื่องพูดคุยเพียงเท่านี้
แล้วพบกันใหม่ Entry หน้าครับ
 
(ขอบพระคุณทุก ๆ ท่านที่เข้าชม Blog พิลึก ๆ นี้เช่นเคยครับ Cool)